LOOKING ON EVERYTHING ?
EXPLORE ON EVERYTHING
สัดส่วนที่พอเหมาะ...นำมาซึ่งบ้านที่พอดี ผลงานการออกแบบของ Backyard Architect กับบ้านที่มาพร้อมกับ Magic Number คน 3 ส่วน ธรรมชาติ 1 ส่วน
พอดีไม่มีโจทย์ใดๆ เป็นที่ตั้ง... แต่พอดีมีคนอยู่อาศัย... แล้วพอดีก็อยากมีธรรมชาติไว้ใกล้ชิด... สถาปนิกจึงคิดถึงความสัมพันธ์ระหว่างทุกตัวแปรในบ้าน ทั้งที่ดินกับทิศทางของแสงแดด ประกอบเข้ากับเส้นทางของสายลม ผสมผสานกันเป็นแนวคิดในการออกแบบที่ทำให้เกิดเป็น “บ้านพอดี” บ้านซึ่งแบ่งพื้นที่ให้คนและธรรมชาติอยู่ร่วมกันแบบพอเหมาะพอเจาะพอดิบพอดี “เจ้าของบ้านไม่มีโจทย์ในการออกแบบ เลยให้ผมไปดูที่ดิน และถามผมว่าทำอะไรดี?” มีชัย เจริญพร ผู้ก่อตั้ง Backyard Architect กล่าว “ผมจึงมองหาปัญหาเรื่องแดด ลม มุมมองของบ้าน และการมองเห็นจากภายนอก เก็บมาคิดเป็นตัวเริ่มต้น แล้วผมก็ได้เสนอการแบ่งสัดส่วนในการอยู่ของคนและธรรมชาติ”

3:1 คือสัดส่วนที่ลงตัวระหว่างคนกับธรรมชาติในบ้านหลังนี้ พื้นที่บ้าน 3 ส่วนได้รับการออกแบบให้มีพื้นที่สำหรับธรรมชาติอยู่อย่างน้อย 1 ส่วน เกิดเป็นบ้านที่มีอาคาร 2 ฝั่งวางตัวทำมุมขนาบพื้นที่สวน “ผมแบ่งสัดส่วนจากพื้นที่การใช้งานสู่ธรรมชาติ และนำมันมาแก้ปัญหาต่าง ๆ (แดด ลม และมุมมอง)” มีชัยอธิบาย “ผมเอาตัวบริบท มาคิดตำแหน่งต่างๆ และใช้สัดส่วนแก้ปัญหา อย่างเช่น สัดส่วน Mass ก้อนซ้ายที่เยอะกว่า Mass ก้อนขวา ใช้บังแสงและทำให้เกิดเงาในพื้นที่สวนกลางบ้าน”

Mass ของรูปทรงอาคารนั้นเกิดจากการแบ่งพื้นที่ในบ้านเป็นกลุ่มตามลักษณะการใช้งาน ตั้งแต่ที่จอดรถ สำนักงาน ห้องแม่บ้าน ห้องครัว ห้องนั่งเล่น ไปจนถึงห้องนอนและห้องพระ โดยพื้นที่แต่ละกลุ่มนี้ ทำให้เกิดเป็นรูปทรงอาคารที่มีขนาดแตกต่างลดหลั่นกันไป พื้นที่ส่วนตัวและส่วนรวมแยกออกจากกันอย่างชัดเจน แล้วตัดเส้นทางให้ธรรมชาติวิ่งผ่านตรงกลาง เกิดเป็นถนนสีเขียวเข้ามาคั่นระหว่าง Mass อาคารทั้งสองส่วนที่ตำแหน่งสวนกลางบ้าน

มีชัยกล่าว “เหมือนการจัด Composition แต่มีหลายมิติ แล้วนำเรื่องทุกเรื่องมาร้อยเรียงกัน”
แสงกลายเป็นองค์ประกอบทางธรรมชาติที่มีสัดส่วนเข้ามาสร้างความสัมพันธ์กับพื้นที่ภายในบ้านอย่างแนบแน่น ห้องโถงกลางบ้านได้รับการออกแบบให้มีลักษณะเป็นห้องเพดานสูงและมีผนังกระจกผืนใหญ่เปิดรับแสงธรรมชาติจากสวนเข้ามาได้อย่างเต็มที่ ทำให้ห้องนี้ทำหน้าที่กระจายแสงไปยังส่วนต่างๆ ของบ้านได้อย่างทั่วถึง นอกจากนั้น บริเวณโถงนี้ยังเป็นพื้นที่ซึ่งช่วยเชื่อมความสัมพันธ์ของผู้อยู่อาศัยในบ้าน ทำให้ทุกส่วนของบ้านสามารถมองเห็นกันได้ “ผมอยากให้พื้นที่ตรงกลางบ้านรับแดดและเป็นโถงที่ พื้นที่ต่าง ๆ ในอาคารมองเห็นกัน” มีชัยอธิบาย “แต่พื้นที่รับแขกนี้จะโดนแดดในช่วงบ่ายโมงถึงห้าโมงเย็น โดยคร่าวๆ คือในหนึ่งวัน เราจะใช้มันได้ 3 ส่วน อีก 1 ส่วนนั้นเราแก้ปัญหาให้ห้องกินข้าวไม่โดนแดด แล้วไปใช้ส่วนนั้นแทน โดยเราเชื่อมพื้นที่เข้าหากัน”
ตัวเลขสัดส่วน 3:1 นี้ไม่เพียงจำกัดอยู่แค่สัดส่วนพื้นที่การใช้งานของบ้านและธรรมชาติเท่านั้น หากยังสะท้อนออกมาเป็นสัดส่วนของรูปทรงอาคารและการเลือกใช้วัสดุในส่วนต่างๆ ในบ้านอีกด้วย “ผมมองบ้านนี้ในแต่ละมุม และคิดว่าถ้าสีมันเสมอกันไปหมด หรือMass เท่ากันไปหมด คงไม่สวย เลยพยายามวางสัดส่วนของแต่ละองค์ประกอบด้วย” มีชัยอธิบาย “จาก Mass สู่ช่องเปิดที่มีสัดส่วน 3:1 จนมาถึงวัสดุที่ใช้ ก็เลือกใช้แค่ 75% และใช้วัสดุอื่นเสริมขึ้นมา 25% เป็นแบบนี้ในทุกๆ วัสดุ ระแนง กระเบื้อง และโทนสี”
การจัดสรรรูปทรงอาคาร ผนัง และช่องเปิดต่างแบ่งสัดส่วนที่สัมพันธ์กันอย่างสวยงาม แม้กระทั่งการใช้สีและลวดลายขององค์ประกอบในบ้านก็ได้รับการจับคู่จัดวางอย่างน่าสนใจ ระแนงกันแดดบนผนังมีการเลือกใช้สีที่แตกต่างกันในแต่ละจุด แม้แต่แนวเส้นตั้งและเส้นนอนในแผงระแนงก็ยังได้รับการออกแบบให้แตกต่างกันตามความเหมาะสมด้านการใช้งาน “ผมอยากผสมสีขาว สีดำ และสีเทาเข้าด้วยกัน เหมือนเราจัดองค์ประกอบมัน และสีเหล่านี้ก็ตัดกับสีต้นไม้ได้ดี” มีชัยอธิบาย “ผมอยากให้ Mass ของอาคารให้ความรู้สึกแผ่ออกและดูเรียวยาว เลยเลือกที่จะใช้ระแนงแนวนอน ส่วนรั้วด้านหน้าใช้ระแนงเป็นแนวตั้งเนื่องจากการใช้งาน ทำให้ไม่สามารถปีนได้ และผมว่ามันได้แสงเงาที่ทอดไปยังทางเดินเข้าบ้านได้ดี”

ที่บ้านหลังนี้ มีธรรมชาติจับคู่กับพื้นที่อยู่อาศัย มีพื้นที่ส่วนรวมอยู่ร่วมกับพื้นที่ส่วนตัว รูปทรงเล็กใหญ่ในอาคาร ผนังทึบและช่องเปิด สีสันกับลวดลายในบ้าน ทุกองค์ประกอบได้รับการออกแบบโดยมีความสัมพันธ์กันอย่างลงตัวภายใต้สัดส่วน 3:1 เกิดเป็นการผสมผสานที่พอเหมาะต่อการรองรับวิถีชีวิตของสมาชิกทุกคนในบ้านได้อย่างพอดิบพอดี
บ้านพอดี I คน 3 ธรรมชาติ 1 สัดส่วนในบ้านที่พอดิบพอดีโดย Backyard Architect
/
ในตอนนี้เราขอเปลี่ยนบรรยากาศจากงานออกแบบสถาปัตยกรรมที่อยู่อาศัย หรือบ้าน มาเป็นงานออกแบบภายในร้านค้ากันบ้าง โดยในคราวนี้เป็นคิวของร้านค้าปลีกสินค้าแฟชั่นแบรนด์ใหม่อย่าง Zanpu ที่หยิบเอาชิ้นส่วนของผ้าเหลือใช้จากกระบวนการตัดเย็บของแบรนด์แฟชั่นจากญี่ปุ่นอย่าง YaccoMaricard ให้กลายเป็นงานแฟชั่นอันยั่งยืนเปี่ยมคุณภาพ
/
ในตอนนี้เราขอนำเสนอผลงานออกแบบบ้านอันโดดเด่นอีกครั้ง ในคราวนี้เป็นบ้านในเมือง ที่มีพื้นที่ขนาดเหมาะสมกับพื้นที่ใช้สอย สัดส่วนพอดีสำหรับการอยู่อาศัยของคุณพ่อ คุณแม่ และสมาชิกตัวน้อย ความพิเศษของบ้านหลังนี้คือการเป็นบ้านของครอบครัวขยาย ที่เชื่อมโยงระหว่างบ้านหลังใหม่ กับบ้านเดิมของคุณปู่ คุณย่า ผู้เป็นบิดามารดาของเจ้าของบ้านหลังใหม่นั่นเอง
/
ในตอนนี้เราขอนำเสนอผลงานออกแบบบ้านอันโดดเด่นอีกครั้ง แต่ที่น่าสนใจก็คือ บ้านหลังนี้ไม่ใช่แค่ บ้านที่โดดเด่นแค่เพียงฟังก์ชันในการอยู่อาศัย หรือมีดีไซน์โดดเด้งเตะตาผู้คนแต่เพียงเท่านั้น แต่ดีไซน์ของบ้านหลังนี้แฝงความหมายอันลึกซึ้งในการเป็นอนุสรณ์สถานของเจ้าของ ดังชื่อของบ้านอย่าง Lucent House ที่เปรียบเสมือนสถานที่ ที่แสงแห่งตัวตน ความรัก ความทรงจำที่มีต่อเจ้าของบ้านยัง คงสาดส่องต่อไป แม้ในวันสุดท้ายที่ทุกคนต้องพบเจอ เพราะ “แสง” ไม่เคยหายไป บ้านแห่งนี้จึงเป็นสัญลักษณ์ของการดำรงอยู่บนเส้นทางที่ไม่สิ้นสุด บ้านหลังนี้เป็นผลงานการออกแบบของบริษัทสถาปนิก CORE cluster บริษัทลูกในเครือ A A D design (Ayutt and Associates design) ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบสถาปัตยกรรม การตกแต่ง ภายใน และภูมิสถาปัตยกรรม ด้วยการผสานทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ จนกลายเป็น แนวคิดที่สมบูรณ์ ตอบสนองความต้องการด้านการใช้งานของผู้อยู่อาศัยได้อย่างลงตัว ภายใต้ ปรัชญาที่ว่า “สถาปัตยกรรมที่ดีจะนำมาซึ่งความสุขและความพึงพอใจแก่ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์กับพื้นที่” โดย อาร์ต อยุทธ์ มหาโสม หัวเรือใหญ่ของเครือ A A D design
/
ในตอนนี้เราขอนําเสนอผลงานออกแบบสถาปัตยกรรมที่แปลกและแตกต่างจากตอนที่ผ่านมา คือเป็น โครงการสถาปัตยกรรมที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมของชุมชนทางศาสนาคริสต์ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็น พื้นที่ที่ถูกใช้งานในรูปแบบอันหลากหลาย อย่างพื้นที่ให้เช่าเชิงพาณิชย์ต่างๆ อีกด้วย โครงการแห่งนี้ มีชื่อว่า The Baptist
/
ในตอนนี้เราขอนำเสนอผลงานออกแบบสถาปัตยกรรมที่แตกต่างจากในตอนที่ผ่านๆ มา คือเป็นโครงการสถาปัตยกรรมที่เป็นวิลล่าสไตล์โมเดิร์นที่ตั้งอยู่อย่างโดดเด่นท่ามกลางต้นไม้ใบเขียวขจีบนชายหาดริมทะเลของเกาะสมุย แล้ววิลล่าแห่งนี้ก็ไม่ใช่วิลล่าพักตากอากาศตามปกติธรรมดา หากแต่เป็นสถานที่จัดงานแต่งงานริมทะเลที่มีชื่อว่า Vows Villa นั่นเอง
/
เราเคยนำเสนอ 3 โปรเจกต์ออกแบบของ Jenchieh Hung + Kulthida Songkittipakdee / HAS design and research ที่สร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับงานรีเทลด้วยการผสานรูปแบบพิพิธภัณฑ์เข้ากับความเป็นโชว์รูมเฟอร์นิเจอร์ชั้นนำระดับโลก ที่ตั้งอยู่ในเมืองเหอเฝย์ ประเทศจีน ครั้งนี้เรายังมีอีก 2 โปรเจกต์ซึ่งตั้งอยู่ภายนอกอาคาร ประกอบด้วย Simple Art Museum และ Simple Design Archive โดยเรื่องของบริบทเชิงพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นที่สภาพแวดล้อม ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และสังคม ยังคงนำมาเป็นส่วนประกอบในแนวคิดการออกแบบที่ถ่ายทอดผ่านภาษาทางสถาปัตยกรรมในแบบ HAS design and research อยู่
We use cookies, localStorage and other technologies (collectively, "cookies") to recognise your browser or device, learn more about your interests, and provide you with essential features and services and for additional purposes. ( see details )






