LOOKING ON EVERYTHING ?
EXPLORE ON EVERYTHING
ทำไมภาพวัดหลังคาจั่วทั่วไปจึงไม่อยู่ในสายตาของพระคาร์ดินัลฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช พระอัครสังฆราชมิสซังโรมันคาทอลิกกรุงเทพฯ ที่มอบหมายให้คุณมาโนช สุขชัย สถาปนิกแห่ง Triple One Architects เป็นผู้รับผิดชอบงานออกแบบอาคารใหม่ของวัดศีลมหาสนิท วัดหลังแรกที่สร้างขึ้นในสมัยท่านก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นพระอัครสังฆราช เราจึงได้เห็นสถาปัตยกรรมรูปทรงอสมมาตรที่ดูแปลกตา กับเส้นสายตั้งต้นจากพื้นดิน ก่อนไหลโค้งวนเป็นเส้นวงกลมของตัวอาคาร และทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นหอระฆังไม้กางเขนสูง
“พระคาร์ดินัลท่านมีความคิดก้าวหน้าสมัยใหม่อย่างมาก ท่านเคยเป็นอาจารย์สอนศิลปะผมสมัยเรียนมัธยม ก่อนที่ท่านจะเรียนอยู่ที่กรุงโรม อิตาลีอยู่หลายปี และเข้าสู่เส้นทางการเป็นพระสงฆ์ ในช่วงสเก็ตช์แบบเราวางคอนเซ็ปต์ไว้หลายอย่าง แต่พระคาร์ดินัลท่านสนใจนำแบบสเก็ตซ์ดีไซน์โมเดิร์นที่เล่นกับเส้นวงกลมมาพัฒนาต่อ ซึ่งผมก็คิดในใจว่าลำบากแล้ว เพราะเป็นแบบยาก (หัวเราะ) ”

คุณมาโนชเป็นสถาปนิกที่คร่ำหวอดในวงการออกแบบวัด โรงเรียน และอาคารในพระศาสนจักรคาทอลิคแห่งประเทศไทยมาแล้วหลายแห่ง จึงรู้ดีว่าการออกแบบวัดแต่ละหลังต้องอาศัยการพิจารณาบริบทโดยรอบ รวมทั้งศึกษาถึงประวัติและความหมายของชื่อวัดด้วย ในครั้งนี้ชื่อของวัดศีลมหาสนิทเป็นที่มาของการออกแบบผังพื้นที่อาคารเป็นวงกลมตามรูปทรงของแผ่นศีลที่ใช้ในพิธีศีลมหาสนิท โดยอาคารทรงกลมนั้นยังสอดคล้องลงตัวกับพื้นที่ตั้งที่เป็นสามเหลี่ยมได้อย่างดี ที่สำคัญความเชื่อทางด้านศาสนาของคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกยังถูกนำมาขมวดและคลี่คลายสู่รูปทรงของวัดครั้งนี้ด้วย “เราเชื่อว่ามนุษย์เราเกิดมาจากดิน สุดท้ายกายดับก็กลับสู่ดิน ส่วนจิตวิญญาณผู้ทำความดีจะได้ขึ้นสวรรค์ จึงเป็นที่มาของรูปทรงสถาปัตยกรรมที่เหมือนโผล่ออกมาจากพื้นดิน ต่อเนื่องมาสู่บริเวณพื้นที่อาคารโบสถ์ที่เสมือนการจำลองเวทีชีวิตของมนุษย์ โดยยอดหอคอยไม้กางเขนคือสัญลักษณ์การนำไปสู่สวรรค์”
โดยพื้นที่หลักสำหรับประกอบพิธีกรรมทางศาสนานั้น ประกอบด้วยสักการะสถาน (Sanctuary) ซึ่งจะมีพระแท่นสำหรับให้พระสงฆ์ประกอบพิธีกรรมและอ่านพระคัมภีร์ โดยในส่วนนี้พระคาร์ดินัลเป็นผู้ลงมือสเก็ตช์แบบเอง ด้านบนของสักการะสถานมีประติมากรรมรูปปั้นของพระเยซูและพระแม่มารีในสไตล์โมเดิร์นที่ไม่ใช่รูปปั้นเสมือนจริงทั่วไป โดดเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงกลาง ในส่วนนี้สถาปนิกออกแบบให้มีสกายไลท์เป็นช่องให้แสงธรรมชาติส่องลงมาตรงบริเวณรูปปั้นพระเยซูพอดี เพื่อเพิ่มแสงในเวลากลางวัน ในขณะที่ผนังส่วนอื่นของอาคารเป็นโทนขาวเรียบทั้งหมด แต่บริเวณแท่นสักการะปูด้วยผนังอิฐเทียม เพื่อจำลองบรรยากาศเหมือนคอกแกะในอิสราเอลสมัยโบราณที่ก่อด้วยหิน ในส่วนของพื้นที่ชุมนุมภายในโบสถ์นี้สามารถรองรับคนได้ประมาณ 300 คน พร้อมกับมีม้านั่งที่ออกแบบให้โค้งตามพื้นที่ ซึ่งข้อดีของดีไซน์ผนังกระจกเปลือยแบบ frameless ทำให้ผู้ร่วมพิธีที่อยู่ด้านนอกก็สามารถมองเห็นพิธีข้างในได้ชัดเจน
ความโมเดิร์นของวัดแห่งนี้ถูกถ่ายทอดผ่านทั้งรูปทรง โทนสีเรียบสะอาดตา การเลือกใช้วัสดุสมัยใหม่อย่าง ผนังและหลังคากระจก และระบบหลังคาผ้าใบแรงดึงสูง (Tension Membrane) ซึ่งที่นี่เป็นวัดหลังแรกในอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ที่ใช้วัสดุนี้ ร่วมกับวัสดุแบบเก่าอย่างผนังหินล้าง ส่วนที่เป็นไฮไลท์ของอาคารที่มองเห็นได้ในระยะไกลนอกจากหอระฆังไม้กางเขนสูงราว 50 เมตรแล้ว ก็คือโครงสร้างหลังคา ที่แดดจะส่องกระทบกับวัสดุโลหะบนหลังคาจะทำมุมหักเหเกิดแสงเงาเหลื่อมล้ำกันไปมาคล้ายเปลือกหอย ภายในยังออกแบบคานให้เป็นเส้นไขว้สอดรับกับความโค้งของหลังคาด้วย
หลังจากใช้เวลากว่า 5 ปีสำหรับขั้นตอนการออกแบบและก่อสร้าง ในที่สุดวัดหลังใหม่ของวัดศีลมหาสนิทก็ใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว “ผมต้องขอบคุณพระเป็นเจ้าที่อยู่เบื้องบน และขอบคุณพระคาร์ดินัลที่มีวิสัยทัศน์ หากท่านไม่เลือกแบบดีไซน์นี้ เราก็จะไม่ได้เห็นงานสไตล์ใหม่เกิดขึ้น ท่านช่วยนำในสิ่งที่เราไม่กล้าทำ ท่านเสมือนเป็นกำแพงให้เราพิงเลยก็ว่าได้ สำหรับผมที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกอยู่แล้วนั้น ในการทำงานตรงนี้ผมมีความศรัทธาเต็มร้อย กลั่นกรองอย่างดีที่สุด และต่อให้ยากอย่างไรก็ต้องทำให้สำเร็จจุดประสงค์เพื่อพระเจ้า เพราะผมมีคติว่า งานเป็นของพระ ฉันเป็นเครื่องมือเท่านั้น”
สถานที่แห่งนี้นอกจากจะเป็นศาสนสถานศูนย์รวมจิตใจคริสตชนหลังใหม่แล้ว ยังเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ที่มีคุณค่าด้านงานสถาปัตยกรรม และทำให้คนสนใจอยากศึกษาคริสตศาสนาในประเทศไทยมากขึ้นด้วย
วัดศีลมหาสนิท สถาปัตยกรรมทรงล้ำสไตล์โมเดิร์น แห่งแรกในอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
/
ในตอนนี้เราขอเปลี่ยนบรรยากาศจากงานออกแบบสถาปัตยกรรมที่อยู่อาศัย หรือบ้าน มาเป็นงานออกแบบภายในร้านค้ากันบ้าง โดยในคราวนี้เป็นคิวของร้านค้าปลีกสินค้าแฟชั่นแบรนด์ใหม่อย่าง Zanpu ที่หยิบเอาชิ้นส่วนของผ้าเหลือใช้จากกระบวนการตัดเย็บของแบรนด์แฟชั่นจากญี่ปุ่นอย่าง YaccoMaricard ให้กลายเป็นงานแฟชั่นอันยั่งยืนเปี่ยมคุณภาพ
/
ในตอนนี้เราขอนำเสนอผลงานออกแบบบ้านอันโดดเด่นอีกครั้ง ในคราวนี้เป็นบ้านในเมือง ที่มีพื้นที่ขนาดเหมาะสมกับพื้นที่ใช้สอย สัดส่วนพอดีสำหรับการอยู่อาศัยของคุณพ่อ คุณแม่ และสมาชิกตัวน้อย ความพิเศษของบ้านหลังนี้คือการเป็นบ้านของครอบครัวขยาย ที่เชื่อมโยงระหว่างบ้านหลังใหม่ กับบ้านเดิมของคุณปู่ คุณย่า ผู้เป็นบิดามารดาของเจ้าของบ้านหลังใหม่นั่นเอง
/
ในตอนนี้เราขอนำเสนอผลงานออกแบบบ้านอันโดดเด่นอีกครั้ง แต่ที่น่าสนใจก็คือ บ้านหลังนี้ไม่ใช่แค่ บ้านที่โดดเด่นแค่เพียงฟังก์ชันในการอยู่อาศัย หรือมีดีไซน์โดดเด้งเตะตาผู้คนแต่เพียงเท่านั้น แต่ดีไซน์ของบ้านหลังนี้แฝงความหมายอันลึกซึ้งในการเป็นอนุสรณ์สถานของเจ้าของ ดังชื่อของบ้านอย่าง Lucent House ที่เปรียบเสมือนสถานที่ ที่แสงแห่งตัวตน ความรัก ความทรงจำที่มีต่อเจ้าของบ้านยัง คงสาดส่องต่อไป แม้ในวันสุดท้ายที่ทุกคนต้องพบเจอ เพราะ “แสง” ไม่เคยหายไป บ้านแห่งนี้จึงเป็นสัญลักษณ์ของการดำรงอยู่บนเส้นทางที่ไม่สิ้นสุด บ้านหลังนี้เป็นผลงานการออกแบบของบริษัทสถาปนิก CORE cluster บริษัทลูกในเครือ A A D design (Ayutt and Associates design) ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบสถาปัตยกรรม การตกแต่ง ภายใน และภูมิสถาปัตยกรรม ด้วยการผสานทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ จนกลายเป็น แนวคิดที่สมบูรณ์ ตอบสนองความต้องการด้านการใช้งานของผู้อยู่อาศัยได้อย่างลงตัว ภายใต้ ปรัชญาที่ว่า “สถาปัตยกรรมที่ดีจะนำมาซึ่งความสุขและความพึงพอใจแก่ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์กับพื้นที่” โดย อาร์ต อยุทธ์ มหาโสม หัวเรือใหญ่ของเครือ A A D design
/
ซอยพระรามเก้า 43 แยก 9 บ้านหมายเลข 6 คือที่มาของชื่อโปรเจกต์ “4396 Residence” บ้านพักส่วนตัวสูง 3 ชั้น ที่ตั้งอยู่บนที่ดินขนาด 63 ตารางวา ผลงานการออกแบบของ FLAT12X สตูดิโอออกแบบสถาปัตยกรรมและตกแต่งภายใน ที่หยิบเอาแนวคิดการจัดวางผังแบบซ้อนแนวตั้ง (Vertical Stacking) มาใช้งานเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอย ผสานกับการจัดวางผังภายในที่เรียบง่าย เพื่อความสะดวกและปลอดภัยของเจ้าของบ้านผู้สูงวัย ภายนอกโดดเด่นด้วยความสวยงามของระเบียงยื่นคอนกรีตที่ตัดกับการปลูกต้นไม้แบบธรรมชาติในรูปแบบ Imperfect Perfection จากการยื่นสลับกันในแต่ละชั้น นี่จึงช่วยเติมเต็มเอกลักษณ์ให้กับ 4396 Residence ให้แตกต่างจากบริบทอาคารแวดล้อม
/
หลังจากประกาศผลผู้ชนะรางวัล TOSTEM ASIA DESIGN AWARD 2025 (TADA) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาจัดทริปพิเศษพา 10 กลุ่มสถาปนิกนานาประเทศในเอเชียที่ได้รับรางวัลในปีนี้ เดินทางสู่โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ร่วมสัมผัสหลากประสบการณ์ ทั้งการท่องเที่ยว, การเชื่อม Networking, การเปิดแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ด้านการออกแบบผ่านสถานที่ต่าง ๆ จนถึงการแลกเปลี่ยนมุมมอง ความรู้ และวัฒนธรรมด้านการออกแบบระหว่างสถาปนิกแต่ละประเทศ ทำให้ทริป 4 วัน 3 คืนครบทุกความประทับใจ
By TOSTEM/
ในตอนนี้เราขอนำเสนอผลงานออกแบบบ้านอันโดดเด่นอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้ความน่าสนใจอยู่ตรงที่การเป็นที่อยู่อาศัยของคนสองรุ่น ที่แบ่งพื้นที่ของบ้านร่วมกัน รวมถึงผสานการอยู่อาศัยใช้ชีวิตในบ้านเข้ากับการทำงานในพื้นที่เชิงพาณิชย์ได้อย่างลงตัว บ้านหลังนี้เป็นผลงานการออกแบบของบริษัทสถาปนิก A A D design (Ayutt and Associates design) ที่ประสบความสำเร็จในงานสถาปัตยกรรมหลากหลายโครงการอันเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และบูรณาการทางการออกแบบ อาร์ต อยุทธ์ มหาโสม ผู้ก่อตั้งและเจ้าของบริษัทสถาปนิก A A D design กล่าวถึงที่ความเป็นมาเป็นไปของบ้านหลังนี้ว่า
We use cookies, localStorage and other technologies (collectively, "cookies") to recognise your browser or device, learn more about your interests, and provide you with essential features and services and for additional purposes. ( see details )











