LOOKING ON EVERYTHING ?
EXPLORE ON EVERYTHING


Project: 4” House
Location: Idendrophile 54,
Thep Sadet, Doi Saket, Chiang Mai
Architects: Kwanchai Suthamsao, Pakkaphong Nawisit
Area: 140 sq.m
Year: 2023
Writer: Rujira Jaisak
Photographer: PLANKRICH

Idendrophile 54 เป็นบ้านพักสไตล์ Glamping ท่ามกลางป่าเขา คลอเคล้ากับลำธารเล็ก ๆ ที่ไหลขนาบข้าง ในบรรยากาศที่เหล่าคนชื่นชอบการใช้ชีวิต Outdoor หลงใหล ตั้งอยู่ในบ้านปางไฮ ตำบลเทพเสด็จ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,300 - 1,600 เมตร ทำให้มีภูมิอากาศที่ชื้นและฝนตกค่อนข้างชุก จึงรู้จักกันว่าเป็นอีกหนึ่งแหล่งปลูกกาแฟในเชียงใหม่ด้วย โดยเริ่มเปิดที่พักโซนแรกในปีที่ 2021 ก่อนในปี 2022 ที่ผ่านมาจะเปิดตัวโซนใหม่ซึ่งได้คุณตุ่ย - ขวัญชัย สุธรรมซาว สถาปนิกฝีมือดีจากบริษัทสถาปนิกแผลงฤทธิ์ มาออกแบบที่พักให้
“เรามีกลุ่มสถาปนิกในเชียงใหม่ที่ชื่นชอบการใช้ชีวิต Outdoor ไม่ว่าจะเป็นการแคมปิ้งตามภูมิประเทศต่าง ๆ รวมไปถึงการเดิน Trail และการ Hiking ฯลฯ ด้วยความที่เจ้าของ Idendrophile เห็นว่าผมชอบใช้ชีวิตแบบ Outdoor Lifestyle อยู่แล้ว ดังนั้นบ้านพักในโซนที่ 2 นี้ เขาจึงให้เราออกแบบโดยเปิดกว้างไอเดียได้ตามประสบการณ์ออกแคมปิ้งจริง เมื่อคนสายแคมปิ้งอย่างเรามีโอกาสได้ทำโครงการแนวนี้ จึงถือเป็นโอกาสทองของเราที่ไม่ต้องคิดมากเลย เพราะเป็นเป็นไลฟ์สไตล์ของเราอยู่แล้ว” โดยโจทย์ในการออกแบบบ้านพักในโซน 2 นี้ คือเป็นบ้านพักที่รองรับจำนวนคนได้ 4 + 2 กล่าวคือสามารถกางเต็นท์เพิ่มอีก และตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบการใช้ชีวิต Outdoor โดยให้พวกเขาสามารถใกล้ชิดกับธรรมชาติในทุกฤดูกาลรวมถึงหน้าฝนด้วย
สำหรับบริบทพื้นที่ มีลักษณะเป็นพื้นต่างระดับที่ลาดเอียงเล็กน้อย และชั้นดินมีหินค่อนข้างเยอะ ดังนั้นทางสถาปนิกจึงออกแบบให้มีคานรับโครงสร้างอาคารที่ยกสูง 1.5 เมตร เพื่อปรับให้พื้นเท่ากันโดยที่ไม่จำเป็นต้องถมปรับหน้าดิน นอกจากนี้ไซต์ยังโดดเด่นด้วยร่มไม้ “จุดหนึ่งมีต้นไม้สูงเหมือนแท่งดินสออยู่ 3 ต้น ทำให้ผมเกิดไอเดียว่าน่าจะสร้างประสบการณ์ในการอยู่มุมสูง ที่มองเห็นยอดไม้ หรือมองเห็นดาวได้ แตกต่างจากที่พักโซนแรกที่มีลักษณะเป็นบ้านพักแนวราบตั้งติดลำธาร”


โครงสร้างที่ออกแบบให้ยกสูงเหมือนบ้านใต้ถุนสูง ตอบโจทย์อย่างมากสำหรับพื้นที่ตั้งที่มีความชื้นสูง ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาที่สายแคมปิ้งตามป่าเขาเคยประสบ โดยบ้านพักออกแบบเป็น 3 สเต็ป โดยสเต็ปแรกเหมือนชานบ้านที่มีพื้นที่สำหรับกางเต็นท์ได้ 1 หลัง พร้อมมีห้องน้ำ และลิฟต์เอ้าท์ดอร์ คนที่นอนในเต็นท์จะได้ยินเสียงน้ำตก มีความใกล้ชิดกับธรรมชาติพร้อมนอนสบายปลอดภัยจากแมลงต่าง ๆ และไม่ต้องห่วงเรื่องความชื้นจากน้ำค้าง ส่วนสเต็ปที่สอง ขึ้นไปสู่ตัวบ้าน ที่ส่วนหน้าคือห้องครัว และพื้นที่รับประทานอาหาร ซึ่งคุณตุ่ยชี้ให้สังเกตพื้นส่วนนี้ว่าออกแบบให้ระดับเท่ากับพื้นระเบียง เพื่อให้ผู้เข้าพักสามารถใส่รองเท้าทำครัวได้ ซึ่งสำหรับคุณตุ่ย มองว่ารายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ถือเป็นส่วนหนึ่งในวิถีของการใช้ชีวิต Outdoor เลยก็ว่าได้ เข้าไปด้านในเป็นห้องนอน ที่เตียงหนึ่งตั้งอยู่ในห้องนอนชั้นลอยใต้หลังคา ส่วนสเต็ปที่ 3 สูงสุดคือชั้นดาดฟ้า ที่ออกแบบฟังก์ชั่นให้เป็นพื้นที่สำหรับงาน Service ส่วนบริเวณหลังคา แต่ยังพ่วงฟังก์ชั่นเป็นมุมสำหรับชมวิวที่ให้อารมณ์คล้าย Skywalk
บ้านพักสไตล์ Glamping ที่ใกล้ชิดธรรมชาติหลังนี้ ออกแบบให้ตอบโจทย์วิถีของการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติที่อยู่สบายยิ่งขึ้น โดยมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับการเข้าพักของคนทุกเพศทุกวัย รวมทั้งแบบครอบครัว โดยมีลิฟต์ไว้รองรับสำหรับการขนของ หรือโดยสารขึ้นลงได้สะดวกโดยไม่ต้องใช้บันได ภายใต้ภาษาทางสถาปัตยกรรมที่เรียบน้อย แต่เชื่อมโยงกับธรรมชาติได้มาก โดยจุดเด่นที่นี้คือการอยู่อาศัยในมุมสูงที่สามารถมองดูวิวในระดับยอดไม้ หรือดูดาวยามค่ำคืนได้
“ใครที่ชอบใช้ไลฟ์สไตล์แบบ Outdoor ก็จะรู้ว่าเรามีอุปกรณ์ที่อำนวยความสะดวกให้สบายขึ้น ง่ายขึ้น และปลอดภัยขึ้น เมื่อผมได้มาออกแบบบ้านพักให้ที่นี่ เลยมองว่างานสถาปัตยกรรมสามารถส่งเสริมกิจกรรมของคนที่ชื่นชอบการแคมปิ้งให้สะดวกสบายขึ้นได้ นอกจากเรื่องของการออกแบบแล้ว เรายังสอดแทรกความเป็น Smart Home ด้วยการควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างกล้องวงจรปิด และไฟฟ้าผ่านระบบมือถือได้ เพื่อให้ง่ายต่อการบริหารจัดการ และเพื่อความปลอดภัยด้วย”



การออกแบบหลังคาทรงจั่วนอกจากจะรับกับเส้นสายโครงสร้างที่เรียบง่ายแล้ว ยังมีข้อดีคือระบายน้ำได้เร็วเวลาฝนตก โดยส่วนหนึ่งออกแบบเป็นสกายไลท์ที่ต่อเนื่องกับผนังกระจกใส ให้เปิดมุมมองสู่วิวธรรมชาติได้แบบพาโนราม่า สร้างความรู้สึกใกล้ชิดกับธรรมชาติอย่างเต็มที่ อีกทั้งยังเปิดรับแสงธรรมชาติเข้ามาในเวลากลางวัน และสำหรับช่วงเวลาฝนตกจะยิ่งสร้างสุนทรียภาพให้ผู้เข้ามาพักได้มองเห็นสายฝนตกกระทบกับกระจก “พื้นที่บริเวณนี้มีความชื้นสูง และอากาศดีตลอดปี โดยอุณหภูมิจะเย็นสบายกว่าในเมือง ดังนั้นเราจึงเน้นออกแบบบ้านพักหลังนี้ให้เรียบง่าย ไม่มีปัญหาเรื่องความชื้น และดูแลรักษาง่าย โดยการเปิดช่องแสงรับแสงแดดธรรมชาติเข้ามามากขึ้น ในขณะที่กลางคืนก็สามารถมองเห็นดาว หรือเวลาฝนตกก็เห็นซีนฝนตกลงมาสวย” ด้วยบริเวณโดยรอบมีต้นไม้สูงอยู่ ดังนั้นบนหลังคา สกายไลท์ยังออกแบบให้มีตะแกรงเหล็กกันไว้ด้านบนอีกหนึ่งชั้น เพื่อป้องกันกรณีกิ่งไม้ตกลงมาด้วย

สำหรับกระบวนการก่อสร้างบ้านพักหลังนี้นั้น ทางสถาปนิกอธิบายว่าเนื่องด้วยข้อจำกัดด้านการขนส่ง และพื้นที่ไซต์ก่อสร้างที่อยู่ลึกในป่า จึงไม่เอื้ออำนวยสำหรับการนำเครื่องจักรหนัก หรือแม้แต่เครนเข้ามาในไซต์ ทำให้ต้องคิดออกแบบโครงสร้างที่ลดการใช้งานคอนกรีต ลดการพึ่งพาเครื่องจักร และเป็นระบบก่อสร้างแบบ Dry System ที่ใช้กำลังคนในการประกอบ ดังนั้นวัสดุที่ใช้จึงต้องเป็นวัสดุที่หาง่าย ขนาดไม่ใหญ่ ดังนั้นหากสังเกตโครงสร้างจะเห็นเสาทแยงที่ออกแบบมาเพื่อช่วยเสริมรับน้ำหนักโครงสร้าง เพื่อให้สามารถลดขนาดเหล็กที่ใช้ก่อสร้างทั้งหลังไม่เกิน 10 ซม. ประกอบร่วมกับไม้เทียม

อีกหนึ่งจุดเด่นของที่นี่ ไม่ใช่แค่โครงสร้างสถาปัตยกรรม แต่ยังรวมถึงการออกแบบให้มีมุมแช่น้ำกลางแจ้ง เอาใจคนสายไลฟ์สไตล์ Outdoor ให้มีช่วงเวลาแช่น้ำอุ่นที่อิงแอบกับธรรมชาติ และลำธาร ซึ่งวิธีการใช้งานอ่างอาบน้ำนี้ คือต้องเติมฟืนเข้าไปเพื่อสร้างความร้อนให้เหล็กก่อนที่จะส่งผ่านมาทำอุณหภูมิของน้ำให้อุ่นขึ้น โดยเราแอบรู้มาว่าอ่างน้ำนี้ต้องสั่งซื้อมาจากประเทศสวีเดน ซึ่งเป็นตัวแรกตัวเดียวในประเทศไทย จนกลายมาเป็นไฮไลท์สำหรับสร้างฟิลลิ่งแคมปิ้งที่นี่ให้ยิ่งสุนทรีย์ยิ่งขึ้น

IDENDROPHILE 54 By PLANKRICH
/
ในตอนนี้เราขอเปลี่ยนบรรยากาศจากงานออกแบบสถาปัตยกรรมที่อยู่อาศัย หรือบ้าน มาเป็นงานออกแบบภายในร้านค้ากันบ้าง โดยในคราวนี้เป็นคิวของร้านค้าปลีกสินค้าแฟชั่นแบรนด์ใหม่อย่าง Zanpu ที่หยิบเอาชิ้นส่วนของผ้าเหลือใช้จากกระบวนการตัดเย็บของแบรนด์แฟชั่นจากญี่ปุ่นอย่าง YaccoMaricard ให้กลายเป็นงานแฟชั่นอันยั่งยืนเปี่ยมคุณภาพ
/
ในตอนนี้เราขอนำเสนอผลงานออกแบบบ้านอันโดดเด่นอีกครั้ง ในคราวนี้เป็นบ้านในเมือง ที่มีพื้นที่ขนาดเหมาะสมกับพื้นที่ใช้สอย สัดส่วนพอดีสำหรับการอยู่อาศัยของคุณพ่อ คุณแม่ และสมาชิกตัวน้อย ความพิเศษของบ้านหลังนี้คือการเป็นบ้านของครอบครัวขยาย ที่เชื่อมโยงระหว่างบ้านหลังใหม่ กับบ้านเดิมของคุณปู่ คุณย่า ผู้เป็นบิดามารดาของเจ้าของบ้านหลังใหม่นั่นเอง
/
ในตอนนี้เราขอนำเสนอผลงานออกแบบบ้านอันโดดเด่นอีกครั้ง แต่ที่น่าสนใจก็คือ บ้านหลังนี้ไม่ใช่แค่ บ้านที่โดดเด่นแค่เพียงฟังก์ชันในการอยู่อาศัย หรือมีดีไซน์โดดเด้งเตะตาผู้คนแต่เพียงเท่านั้น แต่ดีไซน์ของบ้านหลังนี้แฝงความหมายอันลึกซึ้งในการเป็นอนุสรณ์สถานของเจ้าของ ดังชื่อของบ้านอย่าง Lucent House ที่เปรียบเสมือนสถานที่ ที่แสงแห่งตัวตน ความรัก ความทรงจำที่มีต่อเจ้าของบ้านยัง คงสาดส่องต่อไป แม้ในวันสุดท้ายที่ทุกคนต้องพบเจอ เพราะ “แสง” ไม่เคยหายไป บ้านแห่งนี้จึงเป็นสัญลักษณ์ของการดำรงอยู่บนเส้นทางที่ไม่สิ้นสุด บ้านหลังนี้เป็นผลงานการออกแบบของบริษัทสถาปนิก CORE cluster บริษัทลูกในเครือ A A D design (Ayutt and Associates design) ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบสถาปัตยกรรม การตกแต่ง ภายใน และภูมิสถาปัตยกรรม ด้วยการผสานทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ จนกลายเป็น แนวคิดที่สมบูรณ์ ตอบสนองความต้องการด้านการใช้งานของผู้อยู่อาศัยได้อย่างลงตัว ภายใต้ ปรัชญาที่ว่า “สถาปัตยกรรมที่ดีจะนำมาซึ่งความสุขและความพึงพอใจแก่ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์กับพื้นที่” โดย อาร์ต อยุทธ์ มหาโสม หัวเรือใหญ่ของเครือ A A D design
/
ซอยพระรามเก้า 43 แยก 9 บ้านหมายเลข 6 คือที่มาของชื่อโปรเจกต์ “4396 Residence” บ้านพักส่วนตัวสูง 3 ชั้น ที่ตั้งอยู่บนที่ดินขนาด 63 ตารางวา ผลงานการออกแบบของ FLAT12X สตูดิโอออกแบบสถาปัตยกรรมและตกแต่งภายใน ที่หยิบเอาแนวคิดการจัดวางผังแบบซ้อนแนวตั้ง (Vertical Stacking) มาใช้งานเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอย ผสานกับการจัดวางผังภายในที่เรียบง่าย เพื่อความสะดวกและปลอดภัยของเจ้าของบ้านผู้สูงวัย ภายนอกโดดเด่นด้วยความสวยงามของระเบียงยื่นคอนกรีตที่ตัดกับการปลูกต้นไม้แบบธรรมชาติในรูปแบบ Imperfect Perfection จากการยื่นสลับกันในแต่ละชั้น นี่จึงช่วยเติมเต็มเอกลักษณ์ให้กับ 4396 Residence ให้แตกต่างจากบริบทอาคารแวดล้อม
/
หลังจากประกาศผลผู้ชนะรางวัล TOSTEM ASIA DESIGN AWARD 2025 (TADA) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาจัดทริปพิเศษพา 10 กลุ่มสถาปนิกนานาประเทศในเอเชียที่ได้รับรางวัลในปีนี้ เดินทางสู่โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ร่วมสัมผัสหลากประสบการณ์ ทั้งการท่องเที่ยว, การเชื่อม Networking, การเปิดแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ด้านการออกแบบผ่านสถานที่ต่าง ๆ จนถึงการแลกเปลี่ยนมุมมอง ความรู้ และวัฒนธรรมด้านการออกแบบระหว่างสถาปนิกแต่ละประเทศ ทำให้ทริป 4 วัน 3 คืนครบทุกความประทับใจ
By TOSTEM/
ในตอนนี้เราขอนำเสนอผลงานออกแบบบ้านอันโดดเด่นอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้ความน่าสนใจอยู่ตรงที่การเป็นที่อยู่อาศัยของคนสองรุ่น ที่แบ่งพื้นที่ของบ้านร่วมกัน รวมถึงผสานการอยู่อาศัยใช้ชีวิตในบ้านเข้ากับการทำงานในพื้นที่เชิงพาณิชย์ได้อย่างลงตัว บ้านหลังนี้เป็นผลงานการออกแบบของบริษัทสถาปนิก A A D design (Ayutt and Associates design) ที่ประสบความสำเร็จในงานสถาปัตยกรรมหลากหลายโครงการอันเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และบูรณาการทางการออกแบบ อาร์ต อยุทธ์ มหาโสม ผู้ก่อตั้งและเจ้าของบริษัทสถาปนิก A A D design กล่าวถึงที่ความเป็นมาเป็นไปของบ้านหลังนี้ว่า
We use cookies, localStorage and other technologies (collectively, "cookies") to recognise your browser or device, learn more about your interests, and provide you with essential features and services and for additional purposes. ( see details )

