Lane House บ้านที่วิ่งได้ ตอบโจทย์การอยู่อาศัยยุคใหม่ที่เน้นสุขภาพและสุนทรียะ | IAMEVERYTHING.CO

LOOKING ON EVERYTHING ?

EXPLORE ON EVERYTHING

Lane House บ้านที่วิ่งได้ ตอบโจทย์การอยู่อาศัยยุคใหม่ที่เน้นสุขภาพและสุนทรียะ

  ในตอนนี้เราขอนำเสนอผลงานออกแบบบ้านอันโดดเด่นอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้เป็นบ้านที่มีชื่ิอว่า Lane House ที่น่าสนใจด้วยการผสานการดูแลรักษาสุขภาพ และวิถีการใช้ชีวิตในบ้านได้อย่างลงตัว โดยเติมเส้นทางการออกกำลังกายเข้าไปภายในพื้นที่ของบ้าน เพื่อให้การออกกำลังกายกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน รวมถึงจัดวางตัวบ้านในรูปแบบตัว U โอบรับสวนกลางบ้าน ทำให้เกิดพื้นที่ใช้สอยอันเป็นประโยชน์สูงสุด และเชื่อมต่อธรรมชาติกับพื้นที่อยู่อาศัยเข้าไว้ด้วยกัน บ้านหลังนี้เป็นผลงานการออกแบบของบริษัทสถาปนิก Core Cluster บริษัทลูกในเครือ A A D design (Ayutt and Associates design) ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบสถาปัตยกรรม การตกแต่งภายใน และภูมิสถาปัตยกรรม โดยผสานทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ จนกลายเป็นแนวคิดที่สมบูรณ์ ตอบสนองความต้องการด้านการใช้งานของผู้ใช้ได้อย่างลงตัว ภายใต้ปรัชญาที่ว่า “สถาปัตยกรรมที่ดีจะนำมาซึ่งความสุขและความพึงพอใจแก่ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์กับพื้นที่” โดย อาร์ต อยุทธ์ มหาโสม หัวเรือใหญ่ของเครือ A A D design กล่าวถึงความเป็นมาเป็นไปของบ้านหลังนี้ว่า

  “บ้านหลังนี้มีชื่อเรียกว่า Lane House จากการประกอบกันของ “Lane” ที่แปลว่า “ลู่วิ่ง” และ “House” ที่แปลว่า “บ้าน” หลักการออกแบบบ้านหลังนี้คือการที่ที่ดินสร้างบ้านตั้งอยู่บนถนนพระรามสาม ใกล้ทางขึ้นลงทางด่วน ดังนั้นโดยสภาพแวดล้อมจะมีเสียงรบกวนจากทางด่วนเยอะพอสมควร และสภาวะที่คนบนทางด่วนมองลงเห็นคนในบ้าน หรือคนในบ้านมองออกไปเห็นทางด่วนได้ เราเลยมีแนวคิดที่อยากจะปิดล้อมบ้านหลังนี้ให้เป็นคอร์ท แต่ไม่ใช่คอร์ทปิดแบบ 100% เหมือนบ้านทั่วๆ ไป เพราะจะทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกอึดอัดพอสมควร และด้วยความที่โครงการออกแบบบ้านหลังนี้เริ่มต้นมาตั้งแต่ช่วงที่โควิด-19 กำลังระบาดหนัก ทำให้เจ้าของบ้านเป็นห่วงเรื่องสุขภาพ และสภาวะที่ร่างกายไม่แข็งแรง ซึ่งเสี่ยงมาก แต่จะไปออกกำลังกายข้างนอกก็ทำไม่ได้ ในช่วงสถานการณ์โควิด ทุกคนต้องอยู่แต่ในบ้านกันหมด นี่เลยกลายเป็นหนึ่งในโจทย์หลักในการออกแบบบ้านหลังนี้ของเรา”

  “เราก็เลยคิดขึ้นมาว่า ในสมัยก่อน คนสร้างบ้านมุ่งเน้นในการทำบ้านที่ล้อมคอร์ท แล้วก็ดื่มด่ำกับต้นไม้ในสวนของตัวเอง แต่ไม่มีใครสามารถใช้งานพื้นที่ของสวนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ยกเว้นคนที่อยู่บ้านจัดสรร ซึ่งมีพื้นที่ส่วนกลางอยู่แล้ว หรือคนที่มีบ้านที่มีพื้นที่ใหญ่พอสมควร มีสนามกว้างๆ สามารถวิ่งออกกำลังกาย หรือเล่นกีฬาต่างๆ ได้ แต่ที่ดินของบ้านหลังนี้มีขนาดประมาณ 150 ตารางวา เราเลยทำสวนอยู่ตรงกลาง แต่สิ่งที่เราอยากได้ คือพื้นที่ของสวนที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ดังนั้นเราเลยไม่วางพื้นที่ใช้งานของบ้านส่วนใหญ่เอาไว้ที่ชั้น 1 ยกตัวอย่างเช่น ห้องนั่งเล่นปกติในบ้านทั่วๆ ไปจะวางอยู่ที่ชั้น 1 แต่ถ้าเราวางไว้ที่ชั้นหนึ่งด้วย ก็จะเปลืองพื้นที่ของสวนขึ้นมาทันที เราเลยออกแบบให้ห้องนั่งเล่นเป็นชั้นลอยอยู่กลางสวน พอเดินเข้ามาจะเห็นห้องนั่งเล่นลอยอยู่กลางอากาศ”

  การออกแบบเช่นนี้นี่เอง ทำให้ห้องนั่งเล่นที่ลอยตัวอยู่กลางสวนกลายเป็นเสมือนหนึ่งห้องศูนย์กลางของบ้านอย่างแท้จริง

  “เหตุผลที่เรายกห้องนั่งเล่นให้ลอยขึ้นไปกลางอากาศ เพื่อที่จะได้เหลือพื้นที่สวนได้เยอะขึ้น จากนั้นเราก็ใส่สวนเข้าไปตามจุดต่างๆ ของบ้าน ทั้งห้องนั่งเล่น และพื้นที่บนชั้น 2 อย่างห้องนอนใหญ่ ห้องแต่งตัว ห้องน้ำ สามารถมองเห็นสวนใหญ่บนพื้นที่ของคอร์ทชั้นล่าง และสวนส่วนตัวของแต่ละห้อง เราพยายามแทรกสวนเข้าไปในพื้นที่ทุกส่วนของบ้านหลังนี้ แม้กระทั่งทางฝั่งด้านหน้าก็มีสวนอยู่ ซึ่งเป็นหัวใจหลักอันหนึ่งที่จะทำให้บ้านไม่ดูอึดอัด เวลาเข้ามาในบ้านเราจะเห็นอย่างชัดเจนว่ามีพื้นที่สีเขียวอยู่ตรงกลาง การที่อาคารเปิดพื้นที่สำหรับสวนเยอะ จึงทำให้ลมสามารถไหลผ่านเข้ามาในบ้านได้ดี การระบายอากาศของบ้านหลังนี้จึงถือว่าดีมาก เพราะสามารถรับลมได้ในทุกส่วนของตัวอาคาร ทั้งๆ ที่เป็นพื้นที่อยู่ในเมือง ในฝั่งด้านหลังของบ้านที่แดดเข้า เราก็ใส่ผนังอิฐเข้าไปเป็นฟาซาดสำหรับบังแดด ฝั่งด้านหน้าเห็นทิวทัศน์ของทางด่วน เราก็ใส่ผนังฟาซาดเข้าไปบดบัง ฝั่งด้านข้างที่ติดกับเพื่อนบ้าน เราก็ใส่ผนังฟาซาดเข้าไปด้วย แต่พื้นที่ในส่วนที่เห็นต้นไม้ในสวนของเพื่อนบ้าน เห็นท้องฟ้าของที่ดินข้างเคียง เราจะเปิดช่องเพื่อขอยืมทิวทัศน์ของเพื่อนบ้าน เพื่อให้พื้นที่ของบ้านดูกว้างขวางขึ้น”

  “จากประสบการณ์ที่เราออกแบบบ้านมา ในสมัยก่อนเราก็เคยออกแบบบ้านที่ล้อมคอร์ทปิดหนาแน่นพอสมควรอยู่เหมือนกัน ก่อนสถานการณ์โควิด ลองนึกภาพว่า สมัยก่อน คนเราโหยหาความเป็นส่วนตัว ซึ่งไม่ผิดแปลกอะไร เพราะว่าสังคมนั้นวุ่นวายพอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สังคมเมืองกรุงเทพ ที่ต้องไปทำงาน เจอผู้คน เจอรถติด พอกลับมาบ้าน ทุกคนก็อยากมีความเป็นส่วนตัว แต่ปัญหาในช่วงสถานการณ์โควิดที่เราพบก็คือ ถ้าบ้านถูกล้อมรอบจนปิดทุกอย่างมากเกินไป ความเป็นส่วนตัวนั้นสูงก็จริง ถ้าอยู่แค่วันเดียวหรืออาทิตย์เดียวก็พอจะโอเค แต่ในช่วงสถานการณ์โควิดที่เราต้องอยู่อาศัยเกือบสองปีในบ้านโดยไม่เห็นอะไรเลย เห็นแต่สิ่งเดิมๆ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ สุขภาพจิตที่เสียไป เหมือนเราอยู่ในคุก ไปไหนไม่ได้ เราก็เลยเรียนรู้ว่า จริงๆ แล้วบ้านระบบคอร์ทปิดมิดชิด อาจไม่ได้ตอบโจทย์ได้ในทุกยุคสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสภาวะที่เกิดเหตุการณ์บางอย่างที่เราต้องอยู่บ้านเป็นเวลาหลายเดือนหรือเป็นปี แล้วเมื่อก่อนก็ไม่เคยมีใครรู้ว่าจะมีสถานการณ์แบบนี้ที่เราต้องอยู่บ้านเป็นปีๆ เกิดขึ้น เราก็เลยเรียนรู้ว่า เราน่าจะทำระบบที่ยืดหยุ่นได้ ก็คือล้อมคอร์ท และเปิดคอร์ทด้วย จึงกลายเป็นที่มาของการออกแบบบ้านหลังนี้ในลักษณะนี้”

  เมื่อดูจากชื่อของบ้านหลังนี้แล้ว ก็คงเดาได้ไม่ยากว่า สิ่งทำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในบ้านหลังนี้ก็คือพื้นที่ที่เปิดให้ผู้อยู่อาศัยได้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพภายในพื้นที่ของบ้านนั่นเอง

  “หัวใจหลักของบ้านหลังนี้ที่มีชื่ิอว่า Lane House ก็คือ เนื่องจากผู้อยู่อาศัยต้องการออกกำลังกาย มีพื้นที่ให้เดิน ให้วิ่งออกกำลังกายได้ และเราอยากใช้งานพื้นที่ของสวนอย่างเต็มประสิทธิภาพ เราจึงออกแบบพื้นที่ของบ้านให้เป็นเหมือนเลน หรือลู่สำหรับเดินหรือวิ่งในพื้นที่บ้านได้ แต่โดยหลักการ ด้วยความที่บ้านมีพื้นที่ 150 ตารางวา ถ้าทำเลนให้วิ่งรอบบ้านก็คงมึน หรือเวียนหัว เพราะพื้นที่น้อยเกินไป เราเลยออกแบบให้พื้นที่ลู่วิ่งไหลต่อเนื่องไปที่ชั้นสองด้วย คือลู่วิ่งจะมีทางลาดให้วิ่งจากชั้น 1 ขึ้นไปชั้น 2 ผ่านระเบียงห้องนอน พื้นที่หน้าห้องน้ำ แล้ววนกลับมาชั้นล่างได้ ผู้อยู่อาศัยสามารถเลือกเส้นทางในการวิ่งได้หลากหลาย จะวิ่งบนพื้นที่ชั้น 1 อย่างเดียว หรือวิ่งบนพื้นที่ชั้น 1 สลับกับชั้น 2 ก็ได้ พื้นที่ของลู่วิ่งหนึ่งรอบ มีความยาวอย่างน้อย 200 เมตร ถ้าวิ่ง 5 รอบก็รวมกันเป็น 1 กิโลเมตร มากกว่า 10 เท่าของความลึกที่ดินบ้าน ซึ่งค่อนข้างตอบโจทย์เอามากๆ ในช่วงที่สถานการณ์โควิดลดลง ลู่นี้ก็กลายเป็นพื้นที่ออกกำลังกายของคุณพ่อคุณแม่ของเจ้าของบ้าน ให้สามารถเดินออกกำลังกายได้พอเหมาะ ทางเดินทั้งหมดจะทำเป็นทางราบ ทำให้ผู้สูงอายุสามารถเดินได้อย่างสะดวก หรือแม้แต่สามารถใช้วีลแชร์ได้ด้วย”

  องค์ประกอบอันโดดเด่นอีกประการของบ้านหลังนี้คือฟาซาดของบ้านที่เป็นผนังอิฐสีเทาสองชั้น ให้อารมณ์แกร่งกร้าวปนเรียบหรูสไตล์มินิมอลลิสม์ นอกจากรูปลักษณ์อันโดดเด่นจับตาแล้ว ฟาซาดที่ว่านี้ยังเปี่ยมประโยชน์ใช้สอยอย่างมาก

  “ตัวผนังฟาซาดก่อขึ้นจากอิฐมอญสั่งพิเศษสีเทา หน้าตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส เวลามองดูจากข้างนอก เราจะเห็นว่าแทบมองไม่เห็นข้างในเลย เพื่อความเป็นส่วนตัวของผู้อยู่อาศัย ป้องกันเสียง ป้องกันแสงแดด ประหยัดพลังงาน ป้องกันเวลาฝนตกหนักๆ สามารถเปิดหน้าต่างข้างในได้ โดยที่ฝนไม่สาดเข้าบ้านเยอะ ที่สำคัญคือยังเปิดให้ลมผ่านเข้ามาในบ้านได้ ด้วยรายละเอียดของการก่ออิฐวางไขว้สลับกัน ซึ่งนอกจากจะเปิดพื้นที่ให้ลมไหลเข้าแล้ว ยังทำให้เกิดแสงเงาสวยงามอีกด้วย”

  “ผนังฟาซาดอิฐแบบเดียวกันนี้ยังถูกใช้ในการตกแต่งเพื่อห่อหุ้มโครงสร้างของอาคาร ในการบดบังให้เสาหายไปจากสายตา โดยให้ผนังก่ออิฐหุ้มเสาเหมือนเป็นฉากกั้น เป็นเหมือนประติมากรรมของงานสถาปัตยกรรม ทำให้คนทั่วไปรู้สึกว่าบ้านหลังนี้ลอยอยู่โดยไม่มีเสา แต่ความจริงเสาทั้งหมดถูกกลืนด้วยการตกแต่งไปหมดแล้ว ผนังอิฐเหล่านี้ยังทำหน้าที่เป็นฉากหลังให้กับต้นไม้ในสวนได้อีกด้วย ยิ่งช่วงเวลาที่แดดดีๆ ในหน้าร้อนจะเกิดแสงเงาที่กระทบลงบนผนังอิฐจนดูสวยงามไปอีกแบบ ข้อดีอีกอย่างของอิฐสีเทาคือ ต้องการการดูแลรักษาน้อยมาก ไม่ว่าจะมีฝุ่น หรือคราบสกปรกเกาะติด ก็แทบจะไม่สังเกตเห็น เพราะจะกลืนไปกับความเป็นสีเทาของอิฐ อิฐแต่ละก้อนที่เผาจะมีสีไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้นพอเจอพวกคราบสกปรกก็จะกลืนกันไป เนื่องจากบ้านหลังนี้สร้างอยู่ใกล้ทางด่วน ถ้าเราทำผนังหรือฟาซาดของบ้านเป็นสีขาว ในเวลาแค่สองเดือน ถ้ามีฝนตกลงมา ผนังขาวจะกลายเป็นคราบกระดำกระด่างทันที เราจึงแก้ปัญหาด้วยการใช้อิฐสีเทาที่สีไม่สม่ำเสมอกัน แต่ก่อให้เนี๊ยบ ด้วยแพทเทิร์นแบบนี้ของตัวอิฐ บ้านก็เลยดูเนี๊ยบไปด้วย”

  นอกจากรายละเอียดในการอยู่อาศัยที่เน้นสุขภาวะ และประโยชน์ใช้สอยในแต่ละพื้นที่ของบ้านแล้ว การออกแบบบ้านหลังนี้ยังแทรกสุนทรียะในเชิงศิลปะเข้าไปในองค์ประกอบของบ้านอีกด้วย

  “ห้องนั่งเล่นชั้นลอย นอกจากเราจะออกแบบให้เป็นเหมือนก้อนกระจกใสลอยอยู่กลางสวน เพื่อเปิดให้เห็นสภาพแวดล้อมรอบด้านแล้ว บนฝ้าเพดานเรายังทำให้เป็นสีดำทึบ และมีไฟเพดานห้อยลงมา เหตุผลที่หนึ่งก็คือ เพื่อไม่ให้แสงแดดสาดส่องเข้ามาภายในจนอากาศร้อนเกินไป และประหยัดพลังงานในการใช้เครื่องปรับอากาศ เหตุผลที่สองก็คือ เราพยายามสร้างสุนทรียะของพื้นที่ในบ้าน ด้วยการแทรกความเป็นศิลปะเข้าไป คือเวลาไฟเพดานห้อยลงมาเป็นเม็ดๆ จะดูเหมืิอนดวงดาว ซึ่งตามปกติ บ้านหลายหลังมีการตกแต่งไฟเพดานสวยมาก แต่เราจะมองไม่เห็นในเวลากลางวันเลย จะเห็นแค่เพียงในเวลากลางคืนเท่านั้น แต่สำหรับบ้านหลังนี้ เราพยายามทำให้แสงไฟอันสุนทรีย์นี้มองเห็นได้ในเวลากลางวันด้วย เวลาเรามองผ่านกระจกออกไปข้างนอก เราจะเห็นทิวทัศน์ของต้นไม้ที่สวยงาม ท่ามกลางความสว่าง แต่เราอยากให้ความงามของความสว่างและความมืดอยู่ด้วยกันได้ในช่วงเวลาเดียวกัน ดังนั้นเราจึงออกแบบฝ้าเพดานบนห้องนั่งเล่นเป็นผนังทึบสีดำทั้งหมด เพื่อสร้างให้เกิดความมืดตัดกับความสว่างทางด้านล่าง กลายเป็นความสมดุลที่ค่อนข้างลงตัว ผมเชื่อว่าปกติเราจะไม่ค่อยเคยเห็นบ้านที่มีพื้นที่ความมืดกับความสว่างตัดกันแบบนี้ แต่บ้านนี้ผมอยากให้เจ้าของบ้านอยู่ในบ้านตอนกลางวัน มองเห็นแสงแดด ต้นไม้ แสงเงา แต่สามารถมองขึ้นไปเห็นดวงดาวบนเพดาน จนรู้สึกถึงความขัดแย้งแต่สุนทรีย์ เวลาเจ้าของบ้าน หรือเพื่อนๆ ของเขาเข้ามาในพื้นที่แล้วเขารู้สึกตื่นตาตื่นใจมาก เหมือนสามารถมองเห็นดวงดาวในตอนกลางวันได้ นี่คือสุนทรียศาสตร์ที่เราใส่เข้าไปในบ้านหลังนี้”

  “แม้แต่มุมมองของทิวทัศน์ภายนอก เราก็ยังมีจังหวะการปิดบังหรือเปิดเผยเพื่อโชว์สุนทรียะบางอย่าง อย่างพื้นที่ในห้องนอนใหญ่ถ้าดูดีๆ จะเห็นโครงสร้างบางส่วนของทางด่วนที่อยู่ติดกับบ้าน โดยเรามองว่าตัวทางด่วนเองก็มีความสวยงาม และดูมีความเป็นศิลปะในบางแง่มุม ถ้าเราเลือกจังหวะดีๆ ในการแสดงบางส่วนของทางด่วน โดยไม่เห็นเสาไฟหรือรถที่วิ่งไปมาบนนั้น เราก็เลือกองศาให้เห็นโครงสร้างบางส่วนที่สวย และเอาต้นไม้เข้าไปแซมตานิดหนึ่ง ก็ดูเป็นสเน่ห์อย่างหนึ่งเหมือนกัน
  หรือในห้องแต่งตัวกับห้องน้ำที่ต่อเนื่องกันในบ้าน เรายังพยายามเพิ่มการมองเห็นของพื้นที่บ้านขนาดเล็กให้กว้างขึ้น โดยการใช้ตู้ที่เป็นกระจกเงาสะท้อนภาพต้นไม้ข้างนอกไม่กี่ต้นกันไปมาให้ดูเหมือนมีต้นไม้เกือบสิบต้นได้ หรือในพื้นที่ของสวน เรายังใช้เทคนิคในการทำให้เป็นเนินดินขึ้นมา เพราะถ้าเราทำพื้นของสวนเป็นสนามราบๆ เรียบๆ เวลาเรามองจะรู้สึกพื้นที่สั้น แต่เวลาเราทำพื้นของสวนเป็นเนินสลับกันไปมาเราจะเห็นพื้นผิวของดินเยอะ เหมือนอยู่ในป่า สมองเราจะประมวลว่าพื้นที่มีความลึกขึ้น เราใช้ผลลัพธ์ทางสายตาเช่นนี้มาช่วยให้บ้านดูกว้างและลึกขึ้น”

  รายละเอียดทั้งหมดทั้งมวลนี้แสดงให้เห็นว่า Lane House เป็นงานออกแบบบ้านที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยยุคใหม่ที่เน้นสุขภาพ รวมถึงสร้างประสบการณ์การเข้าถึงพื้นที่สีเขียว การอยู่อาศัยที่เชื่อมโยงธรรมชาติกับกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว และเปี่ยมสุนทรียะอย่างยิ่งจริงๆ อะไรจริง.

    TAG
  • design
  • architecture
  • house
  • AAd
  • AAd Design
  • Ayutt and Associates design
  • Core Cluster
  • Lane House

Lane House บ้านที่วิ่งได้ ตอบโจทย์การอยู่อาศัยยุคใหม่ที่เน้นสุขภาพและสุนทรียะ

ARCHITECTURE/HOUSE
6 months ago
CONTRIBUTORS
Panu Boonpipattanapong
RECOMMEND
  • DESIGN/HOUSE

    “4396 Residence” บ้านขนาด 63 ตารางวา ที่อบอุ่นด้วยธรรมชาติบนสวนระเบียง และเฟอร์นิเจอร์ Adaptive Reuse ที่อัดแน่นด้วยคุณค่าทางใจ

    ซอยพระรามเก้า 43 แยก 9 บ้านหมายเลข 6 คือที่มาของชื่อโปรเจกต์ “4396 Residence” บ้านพักส่วนตัวสูง 3 ชั้น ที่ตั้งอยู่บนที่ดินขนาด 63 ตารางวา ผลงานการออกแบบของ FLAT12X สตูดิโอออกแบบสถาปัตยกรรมและตกแต่งภายใน ที่หยิบเอาแนวคิดการจัดวางผังแบบซ้อนแนวตั้ง (Vertical Stacking) มาใช้งานเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอย ผสานกับการจัดวางผังภายในที่เรียบง่าย เพื่อความสะดวกและปลอดภัยของเจ้าของบ้านผู้สูงวัย ภายนอกโดดเด่นด้วยความสวยงามของระเบียงยื่นคอนกรีตที่ตัดกับการปลูกต้นไม้แบบธรรมชาติในรูปแบบ Imperfect Perfection จากการยื่นสลับกันในแต่ละชั้น นี่จึงช่วยเติมเต็มเอกลักษณ์ให้กับ 4396 Residence ให้แตกต่างจากบริบทอาคารแวดล้อม

    EVERYTHING TEAM4 months ago
  • DESIGN/HOUSE

    PMK House พื้นที่อยู่อาศัยของคนสองรุ่นที่ผสานวิถีการอยู่อาศัย ใช้ชีวิตกับการทำงานเข้าด้วยกันอย่างแนบเนียนลงตัว

    ในตอนนี้เราขอนำเสนอผลงานออกแบบบ้านอันโดดเด่นอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้ความน่าสนใจอยู่ตรงที่การเป็นที่อยู่อาศัยของคนสองรุ่น ที่แบ่งพื้นที่ของบ้านร่วมกัน รวมถึงผสานการอยู่อาศัยใช้ชีวิตในบ้านเข้ากับการทำงานในพื้นที่เชิงพาณิชย์ได้อย่างลงตัว บ้านหลังนี้เป็นผลงานการออกแบบของบริษัทสถาปนิก A A D design (Ayutt and Associates design) ที่ประสบความสำเร็จในงานสถาปัตยกรรมหลากหลายโครงการอันเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และบูรณาการทางการออกแบบ อาร์ต อยุทธ์ มหาโสม ผู้ก่อตั้งและเจ้าของบริษัทสถาปนิก A A D design กล่าวถึงที่ความเป็นมาเป็นไปของบ้านหลังนี้ว่า

    Panu Boonpipattanapong5 months ago
  • DESIGN/HOUSE

    W House II บ้านชั้นเดียวที่ลอยอยู่กลางอากาศให้ครอบครัวร่วมกัน สัมผัสทิวทัศน์ธรรมชาติรอบด้าน โดย IDIN Architects

    ในตอนนี้เราขอนําเสนอผลงานออกแบบบ้านอันโดดเด่นอีกครั้ง ภายใต้การออกแบบของสถาปนิก สัญชาติไทยอย่าง IDIN Architects บริษัทสถาปนิกผู้หลงใหลในงานสถาปัตยกรรมยุคโมเดิร์น ซึ่ง บ้านหลังนี้ถึงแม้จะเป็นบ้านชั้นเดียวสําหรับพักอาศัย หากเป็นบ้านชั้นเดียวที่ถูกยกขึ้นสูงจากพื้นดิน ถึง 7 เมตร โดยปล่อยพื้นที่ด้านล่างให้เป็นสวนและลานโล่งเลี้ยงสัตว์เลี้ยง ราวกับเป็นบ้านเรือนไทย ยกพื้นใต้ถุนสูงที่เราคุ้นเคย แต่รายละเอียดของตัวบ้านกลับเป็นสถาปัตยกรรมที่เต็มเปี่ยมไปด้วย ความโมเดิร์น ด้วยโครงสร้างของบ้านอันเป็นคอนกรีตดิบกระด้าง ห่มคลุมฟาซาดแผงระแนงไม้อัน เรียบเนียนกริบเปี่ยมสไตล์ จนดูไปก็คล้ายกับพิพิธภัณฑ์ศิลปะอยู่ไม่หยอก โดย เป้ จีรเวช หงสกุล ผู้ ก่อตั้งและเจ้าของบริษัท กล่าวถึงความเป็นมาของบ้านหลังนี้ว่า

    Panu Boonpipattanapong7 months ago
  • DESIGN/HOUSE

    SEA LAB บ้าน+น้ำ บ้านที่วางตัวอยู่บนสระดำน้ำลึกของผู้รักการใช้ชีวิตใต้น้ำ โดย Junsekino Architect and Design

    ถึงแม้ในตอนนี้เราจะขอนำเสนอผลงานออกแบบบ้านอีกครั้ง แต่บ้านหลังนี้ก็แตกต่างจากบ้านธรรมดาทั่วๆ ไป เพราะเป็นสถานที่ที่เป็นแนวความคิดแบบ บ้าน+น้ำ ที่สร้างขึ้นเพื่อครอบครัวที่ชื่นชอบการใช้ชีวิตอยู่กับน้ำ ด้วยการสร้างความเชื่อมโยงระหว่าง งาน+ความชอบ+การผักผ่อน+การฝึก+การสอน+ธรรมชาติ ด้วยการยกพื้นที่สำหรับดำน้ำมาไว้ในตัวบ้าน เพื่อให้คนที่รักการดำน้ำมาทำกิจกรรมกัน ทั้งการฝึกซ้อม การเรียนการสอน ทบทวนการดำน้ำ รวมถึงโชว์รูมจำหน่ายอุปกรณ์ดำน้ำ ภายในตัวบ้านชั้นล่าง ส่วนชั้นบนคือพื้นที่ส่วนตัวที่เป็นเหมือนบ้านของเจ้าของที่อาศัยอยู่บนห้วงน้ำ

    Panu Boonpipattanapong7 months ago
  • DESIGN/HOUSE

    บ้านฤดูฝน บ้านที่แฝงตัวท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติเพื่อสัมผัสสุนทรียแห่งฝน โดย NTHAA

    ในตอนนี้เราขอนำเสนอผลงานออกแบบบ้านอันโดดเด่นอีกครั้ง ของสถาปนิกสัญชาติไทยอย่าง NTHAA กับผลงานออกแบบบ้านที่แฝงตัวแนบเนียนกับธรรมชาติอย่าง “บ้านฤดูฝน” วิลล่าพักตากอากาศ ในพื้นที่เขตบ้านยางปู่โต๊ะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ในขนาดพื้นที่ใช้สอย 142 ตารางเมตร ที่ออกแบบสำหรับการเข้าพักทุกช่วงฤดู เพื่อให้ผู้พักอาศัยได้สัมผัสกับประสบการณ์ของ “ฤดูแห่งการฟื้นฟูทางธรรมชาติและสุนทรียแห่งฝน” โดย เบล ณัฐพัชร์ ธนปุณยนันท์ หนึ่งในสถาปนิกผู้ออกแบบบ้านจากสตูดิโอสถาปัตยกรรม NTHAA กล่าวถึงความเป็นมาของบ้านหลังนี้ว่า

    Panu Boonpipattanapong8 months ago
  • DESIGN/HOUSE

    o+o House บ้านแห่งความกลมกลืนระหว่างวิถีชีวิตของผู้อยู่อาศัยกับ สภาพแวดล้อมธรรมชาติ โดย Junsekino Architect and Design

    ถึงแม้วงการสื่อสารมวลชนโดยทั่วไปจะจับตาและสนใจในงานออกแบบสถาปัตยกรรมโครงการใหญ่ๆ อย่างการออกแบบสํานักงาน, พิพิธภัณฑ์, วิหาร, ศาสนสถาน ไปจนถึงอาคารรัฐสภาต่างๆ หากยังมี งานสถาปัตยกรรมที่โครงการไม่ใหญ่นัก แต่ถือว่าเป็นปัจจัยสําคัญอันจําเป็นสําหรับมนุษย์ที่สุดอย่าง หนึ่ง นั่นก็คือ ที่อยู่อาศัยที่เราเรียกกันว่า “บ้าน” นั่นเอง

    EVERYTHING TEAM9 months ago
SIGN UP TO OUR NEWSLETTER
A Monthly update of the new issue from us
THANK YOU FOR YOUR SUBSCRIPTION

We use cookies, localStorage and other technologies (collectively, "cookies") to recognise your browser or device, learn more about your interests, and provide you with essential features and services and for additional purposes. ( see details )