“แมรี่ ปานสง่า” ผู้เปรียบงานภัณฑารักษ์เป็นเสมือนงานศิลปะ ที่นำพาผู้ชมเข้าร่วมตัดสินใจถึงความงามของมัน | IAMEVERYTHING.CO

LOOKING ON EVERYTHING ?

EXPLORE ON EVERYTHING

“แมรี่ ปานสง่า” ผู้เปรียบงานภัณฑารักษ์เป็นเสมือนงานศิลปะ
ที่นำพาผู้ชมเข้าร่วมตัดสินใจถึงความงามของมัน

  คำตอบที่ถูกต้องแน่แท้ของคำถามที่ว่า “ศิลปะแบบไหนที่เรียกว่าสวย” นั้น คงยากพอ ๆ กับความพยายามในการค้นหาทฤษฎีวิทยาศาสตร์มาอธิบายว่าพระอาทิตย์สามารถขึ้นทางทิศตะวันตกได้ เพราะศิลปะที่เป็นเหมือนโลกอีกใบที่อยู่คู่ขนานไปกับโลกจริง อันประกอบสร้างจากความเชื่อ วัฒนธรรม และภูมิหลังของศิลปิน มักถูกตัดสินจากรสนิยมส่วนตัวของผู้ชมแต่ละคน บางคนสนใจแค่ความเจริญตา แต่กลับบางคนอาจมองลึกลงไปยังเบื้องลึกของมัน แล้วตัดสินจากประสบการณ์และความรู้สึก ซึ่งไม่อาจใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐานตายตัวที่บ่งบอกถึงรสนิยมโดยรวมของสังคมได้ เพราะถึงแม้ว่าจะเป็นผลงานศิลปะชิ้นเดิม แต่คุณค่าและนิยามความสวยงามของมัน ก็อาจสามารถแปรผันไปได้ตามช่วงวัยของเราที่เปลี่ยนแปลงไป

  กับงานของภัณฑารักษ์ ในสายตาของภัณฑารักษ์หญิงอย่าง “แมรี่ ปานสง่า” เองก็เช่นกัน ที่เธอมองว่าเป็นเสมือนผลงานศิลปะอีกชิ้นหนึ่งของนิทรรศการ ที่ผู้ชมเองก็ร่วมตัดสินได้ว่ามันทำหน้าที่ตามบทบาทของมันได้ดีมากน้อยแค่ไหน

ดังนั้นหากจะบอกว่า Orbiting body นิทรรศการศิลปะ ณ ห้องนิทรรศการหลักชั้น 8 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ประกอบไปด้วย ผลงานทั้งหมด 5 (+1) ชิ้น ก็คงจะถือว่าไม่ผิดเสียเท่าไหร่ เพราะนอกจากนิยามการเปลี่ยนผ่านและความพลวัตของ “Media Art” ในหลากหลายมิติ ที่ถูกสะท้อนผ่านผลงานของศิลปินอย่าง ปรัชญา พิณทอง, อารยา ราษฎร์จำเริญสุข, อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล, สถิตย์ ศัสตรศาสตร์ และ สรวิศ ทรงสัตย์ แล้ว อีกหนึ่งจิ๊กซอว์ส่วนสำคัญที่ทำหน้าที่เป็นเส้นโคจร อันเชื่อมร้อยทุกสิ่งเข้าด้วยกัน และเว้นจังหวะให้เราในฐานะผู้ชมได้มี ‘ช่องว่าง’ รู้สึกกับผลงานตรงหน้าได้อย่างไม่อึดอัด ก็คือการผลงานศิลปะที่เกิดขึ้นจากกระบวนการทำงานของภัณฑารักษ์หญิงคนนี้ ที่ล่องหนและซ่อนตัวอยู่อย่างเลือนลางภายในสเปซชั้น 8 ของหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

  EVERYTHING จึงชวนแมรี่มาสนทนาท่ามกลางเส้นโคจรที่เธอสร้างขึ้นในนิทรรศการ พร้อมหยุดสำรวจย้อนกลับไปยังการเคลื่อนที่ตลอดระยะเวลากว่า 15 ปี ในฐานะภัณฑารักษ์ และการก่อเกิดของ Orbiting body นิทรรศการที่ว่าด้วยการเคลื่อนที่ของเรื่องราว เวลา พื้นที่ และผู้คน

ภัณฑารักษ์ผู้ชอบเฝ้ามองงานศิลปะ ศิลปิน และการเกิดขึ้นของนิทรรศการ

  ภัณฑารักษ์ และแวดวงศิลปะ เดิมทีไม่ได้เป็นความสนใจแรกเริ่มของแมรี่ เพราะในตอนที่ต้องตัดสินใจเลือกเส้นทางในการเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย เธอเลือกเรียนคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในเอกภาพยนตร์ จากความชอบในภาพยนตร์และภาพเคลื่อนไหว

  แต่เมื่อเรียนจบแล้ว แมรี่กลับพบว่าตัวเองยังคงชอบดู แต่ไม่ได้มีความต้องการทำงานต่อในฐานะผู้สร้างภาพยนตร์ หรือเป็นส่วนหนึ่งในการผลิต

  จึงตัดสินใจทำ Gap Year หลังเรียนจบ พร้อม ๆ กับตั้งคำถามกับตัวเองว่าอยากทำอะไรต่อไป จนมีโอกาสได้อ่านบทสัมภาษณ์หนึ่งของ “คุณเจี๊ยบ - กฤติยา กาวีวงศ์” ผู้อำนวยการและภัณฑารักษ์ประจำหอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน บทสัมภาษณ์นั้นเล่าถึงการทำงานของคุณเจี๊ยบ กับศิลปินและผู้กำกับภาพยนตร์อย่าง คุณเจ้ย - อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ที่ช่วยทำให้เห็นสิ่งที่เชื่อมโยงกันระหว่างโลกของภาพยนตร์ และโลกของศิลปะที่ไม่เคยปรากฏอยู่ในชีวิตประจำวันของเธอ แมรี่จึงสนใจและได้มีโอกาสเริ่มต้นทำงานแรกในฐานะผู้ช่วยภัณฑารักษ์ให้กับ David Teh ในเทศกาลหนังทดลองกรุงเทพในปี 2008 ผ่านการให้โอกาสของคุณเจี๊ยบ รวมถึงทำงานกับคุณเจี๊ยบในอีกหลาย ๆ นิทรรศการ

  หลังจากทำงานได้ประมาณเกือบ 2 ปี จึงตัดสินใจเรียนต่อในด้านประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ History of Film and Visual Media ที่ลอนดอน โดยให้ความสนใจไปที่งานภาพยนตร์ในเชิงทดลองหรืองานภาพเคลื่อนไหวที่อยู่ในบริบทของพื้นที่ศิลปะ บนพื้นฐานจากความชอบในด้านภาพเคลื่อนไหว ก่อนจะกลับมาทำงานในฐานะภัณฑารักษ์ในไทยต่อตั้งแต่ปี 2012 โดยไม่ได้มุ่งเลือกทำงานที่ยึดโยงจากความสนใจส่วนตัว ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งเพียงอย่างเดียว เพราะหากกำหนดกรอบการทำงานอย่างชัดเจนให้กับตัวเองแล้ว ก็จะขาดอิสระไป เธอจึงเปิดโอกาสให้ความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ที่ท้าทายความคิดและกระบวนการการทำงานนิทรรศการ ซึ่งช่วยขยับขยายมุมมองในฐานะภัณฑารักษ์ให้กว้างขึ้น และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการทำงานของเธอ มาจนถึงปัจจุบัน

  “อาจจะเพราะเราเริ่มต้นจากการสนใจกระบวนการทำภาพยนตร์ การได้เฝ้าดูมัน เห็นมันตั้งแต่การสร้างและการเกิดขึ้นของมัน พอเรามาทำงานเป็นภัณฑารักษ์ เราเลยมีความสนใจในการทำงานศิลปะของศิลปินแต่ละคน เราสนใจการเกิดขึ้นและการมาถึงของผลงานศิลปะสักหนึ่งชิ้น ทั้งตัวตนของศิลปิน วิธีคิด รูปแบบและกระบวนการในการทำงาน สิ่งเหล่านี้มันมีความพิเศษที่ดึงดูดความสนใจให้เรายังคงทำงานตรงนี้ต่อไปเพราะมันคือการได้เห็นการเกิดขึ้นของสิ่งใหม่ผ่านงานศิลปะและตัวตนของศิลปินอยู่ตลอดเวลา”

  ถ้าพูดถึงความแตกต่างระหว่างภาพยนตร์ (แบบ Mass Production ที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี) และศิลปะแล้ว จากมุมมองของผู้ที่ชอบเฝ้าสังเกตทั้งสองสิ่ง เธอมองว่ามันคือเรื่องของเงื่อนไขและกรอบการทำงานที่แตกต่างกัน ในกระบวนการผลิตภาพยนตร์ในรูปแบบหนึ่งอาจต้องมีเงื่อนไขบางอย่างที่ต้องทำตาม หรือเกณฑ์บางอย่าง ไม่ว่าจะด้วยเรื่องการผลิต การสร้างรายได้ ระบบการจัดการ ที่ต้องมีความชัดเจนเพื่อเป็นแนวทางของทีมงานและการทำงานกับคนจำนวนมาก

  ต่างไปจากศิลปะ ที่มีวิธีการเกิดหรือวิธีการอันได้มาซึ่งผลงาน ที่ไม่มีจุดสิ้นสุดหรือจุดตายตัวเลย รวมถึงบริบทหรือแพลตฟอร์มในการชมที่ไม่ได้จำกัดไว้เฉพาะพื้นที่รูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง แมรี่จึงสนุกไปกับกรอบอันไร้ขอบเขตของโลกคู่ขนานอีกแห่งในศิลปะ ที่ดำเนินและไม่ได้อยู่ห่างไกลไปจากโลกแห่งความจริงเลย

  แต่แน่นอนรูปแบบของภาพยนตร์ในปัจจุบัน ก็มีอยู่หลากหลาย แมรี่ยกตัวอย่างเสริมว่ายังมีภาพยนตร์ที่เกิดขึ้นจากความเป็นอิสระ เริ่มต่อต้าน ถกคิด หรือตั้งคำถามต่อวิธีการทำ หรือการเกิดขึ้นของภาพยนตร์ในแบบเดิม ๆ ซึ่งสะท้อนให้เราทุกคนเห็นเป็นอย่างดีว่า ภาพยนตร์ และ ศิลปะ ไม่ได้เป็นศาสตร์ที่แยกขาดจากกันอย่างสิ้นเชิงเหมือนในอดีต แต่มีการเคลื่อนตัวเข้าหากันมากขึ้นกว่าเดิมต่างหาก

บทบาทและการมีอยู่ของภัณฑารักษ์ ผ่านสายตาที่ยังคงสังเกต

  อาจเป็นเพราะว่าไทยเมื่อสิบหรือยี่สิบกว่าปีก่อน ไม่ได้มีการเรียนการสอนอาชีพนี้ในระดับมหาวิทยาลัยอย่างจริงจัง ถ้าคุณสนใจก็ต้องขวนขวายออกไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ หรือเริ่มต้นทำความเข้าใจผ่านการทำงานลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง ทำให้เมื่อพูดถึงผู้ที่ทำงานเป็นภัณฑารักษ์อย่างจริงจังแล้ว จึงมีอยู่เพียงจำนวนที่พอนับนิ้วได้ หรือหากมองไปทางไหนในแวดวงศิลปะ ณ ขณะนั้น ก็มักจะเจอชื่อของภัณฑารักษ์ที่มีชื่อเสียงอยู่แค่เพียงไม่กี่ชื่อ

  เมื่อเทียบกับปัจจุบัน ที่เริ่มมีการเรียนการสอนในด้านภัณฑารักษ์มากขึ้นในหลักสูตรตามมหาวิทยาลัยชั้นนำต่าง ๆ ของไทย ประกอบกับทิศทางความสนใจของสังคมที่เริ่มเห็นคุณค่าของศิลปะมากยิ่งขึ้นแล้ว ทำให้ผู้เขียนได้เห็นจำนวนของภัณฑารักษ์ทั้งรุ่นเก๋าและรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น ซึ่งก็พอจะทำให้มองเห็นบทบาทและที่ทางของภัณฑารักษ์ในแวดวงศิลปะได้อย่างชัดเจน

  สำหรับแมรี่แล้ว เธอเองก็คิดว่าคงต้องอาศัยปัจจัยอีกมากมาย ที่จะเป็นตัวช่วยหรือส่งเสริมให้เกิดการเติบโต เพราะการเกิดขึ้นของภัณฑารักษ์รุ่นใหม่นั้นก็เพิ่งจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้น และอาจจะเห็นได้ชัด จากเพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเท่านั้น

  เป็นไปได้ไหมว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้เรามองเห็นภัณฑารักษ์มากขึ้น เพราะศิลปินก็เริ่มทำหน้าที่ภัณฑารักษ์ด้วยตัวเองได้เหมือนกัน --- เราต่อบทสนทนา

  “จริง ๆ หน้าที่หรือรูปแบบการทำงานของภัณฑารักษ์ มันย่อมมีลักษณะเฉพาะบางประการที่เหมือนเป็นตัวบ่งบอกว่านี่คือรูปแบบและการทำงานของภัณฑารักษ์ แต่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลา ก็สร้างให้เกิดการมองเห็นความเป็นไปได้ใหม่ ๆ และทำให้การให้คำจำกัดความหรือนิยามก็มักจะเปลี่ยนแปลงไปเสมอ ‘ภัณฑารักษ์’ สำหรับงานศิลปะในรูปแบบที่เราเห็นหรือเข้าใจกันอยู่ในปัจจุบัน ก็ไม่ได้มีจุดเริ่มต้นหรือมีลักษณะการทำงานในรูปแบบนี้ตั้งแต่แรก ก่อนที่จะมีการทำหน้าที่ของภัณฑารักษ์อย่างชัดเจนแบบในปัจจุบัน การจัดการกับพื้นที่ หรือวิธีการนำเสนอผลงานศิลปะในอดีต ก็อาจจะไม่ใช่ตำแหน่งหน้าที่ของภัณฑารักษ์เหมือนในปัจจุบัน หรือแม้แต่ศิลปินเองก็เคยทำงานที่มีลักษณะเดียวกันนี้ด้วยตนเองมาก่อน”

  ถ้าพูดถึงการทำงานในปัจจุบันของศิลปินก็มีความหลากหลายมาก ทั้งวิธีการทำงาน ความสนใจ ศิลปินบางคนที่ทำงานศิลปะร่วมกับพื้นที่ อาจจะมีความเข้าใจและความสามารถในการใช้งานบริบทของพื้นที่ที่ผลงานจะถูกนำไปจัดแสดงได้เป็นอย่างดี ในขณะที่ศิลปินบางคน อาจจะทำงานหรือมีวิธีจบงานให้อยู่ภายในตัวชิ้นงานอย่างเดียว จึงอาจจะไม่ได้ถนัดในการมองบริบทของพื้นที่เวลานำผลงานไปจัดแสดง

  แม้จะทำงานเป็นภัณฑารักษ์มานานกว่า 15 ปี แต่เธอก็คงต้องคอยทำความเข้าใจอยู่เสมอ ว่ากำลังทำงานร่วมกับศิลปินที่มีลักษณะการทำงานอย่างไรและพวกเขามีความต้องการแบบไหน เพื่อที่จะทำความเข้าใจการทำงานร่วมกันระหว่างภัณฑารักษ์และศิลปินว่าควรจะเป็นอย่างไรในนิทรรศการครั้งนั้น ๆ ซึ่งเป็นคำถามที่แมรี่นึกถึงก่อนเริ่มต้นทำงานอยู่เสมอๆ

  แล้วภัณฑารักษ์สำคัญจริง ๆ ไหม?
  เธอมองว่าทุกตำแหน่งในนิทรรศการสำคัญเท่ากัน เพราะหากไม่มีศิลปินแล้วก็จะไม่มีผลงานศิลปะสำหรับจัดแสดง แล้วก็จะไม่มีหน้าที่ของภัณฑารักษ์ หรือถ้าไม่มีองค์กร ไม่มีพื้นที่ศิลปะ ซึ่งประกอบไปด้วยผู้คนที่ทำงานในตำแหน่งอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับนิทรรศการอีกจำนวนมาก ก็จะไม่มีภัณฑารักษ์ ทุกอย่างและทุกคนจึงต้องทำงานควบคู่ไปด้วยกันและทุกนิทรรศการจะเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ไม่ได้เลยถ้าขาดผู้ชม

  แต่สิ่งที่แมรี่ให้ความสำคัญมากที่สุดคือ ผลงานศิลปะแต่ละชิ้นที่กำลังถูกจัดแสดง เมื่อเริ่มต้นกระบวนการการเกิดขึ้นของนิทรรศการสักหนึ่งครั้ง ‘ทำยังไงให้ผลงานศิลปะแต่ละชิ้นสามารถทำหน้าที่และทำงานในนิทรรศการนั้น ๆ ได้อย่างเต็มที่ที่สุด’ จึงเป็นโจทย์หลักที่เธอต้องค้นหาคำตอบให้ตัวเองอยู่เสมอ รวมถึงความตั้งใจในการนำเสนอผลงานในแต่ละพื้นที่ ในแต่ละครั้ง เพื่อให้ศิลปินเจ้าของผลงานได้รู้สึกและรับรู้ถึงนิทรรศการนั้น ๆ และมีความสุขที่ได้เห็นผลงานศิลปะจากการสร้างสรรค์ของพวกเขาได้ทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มที่ หากบรรลุสิ่งเหล่านี้ได้ แมรี่ก็คิดว่าเธอทำหน้าที่ของภัณฑารักษ์ได้ลุล่วงแล้ว

  “เรามองว่างานของตัวเองก็เหมือนผลงานศิลปะชิ้นหนึ่งในพื้นที่ คือ การจะวัดได้ว่าทำหน้าที่ได้สำเร็จหรือไม่สำเร็จ อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรู้สึกของตัวเองเพียงอย่างเดียว เพราะผู้ที่จะได้รับหรือซึมซับสิ่งเหล่านี้ก็คือผู้ชม ที่จะเป็นผู้บอกได้ว่าการคิวเรท มันทำงานกับเขาได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งสุดท้ายแล้วมันจะดีหรือไม่ดีก็ขึ้นอยู่กับผู้ชมที่จะตัดสิน และแน่นอนว่าไม่มีทางที่ทุกคนจะรับรู้มันในแบบเดียวกันหมด จะเห็นด้วยหรือเห็นต่าง ก็ขึ้นอยู่กับความคิดของแต่ละคน ซึ่งนั้นสำหรับเรามันก็คือความสวยงามที่เกิดขึ้น”

Orbiting body นิทรรศการที่ว่าด้วยการเคลื่อนที่ของ “เรื่องราว เวลา พื้นที่ และผู้คน”

  Orbiting body เป็นนิทรรศการที่เกิดขึ้นจากการเรียบเรียงเรื่องราวของแมรี่ ในฐานะภัณฑารักษ์อิสระที่ได้รับการเชิญจากหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร และยังเป็นนิทรรศการที่ทำให้เราเห็นได้อย่างชัดเจนว่า เมื่อผลงานศิลปะถูกจัดวางให้บริบทเวลาและสถานที่ที่สอดรับไปกับมันแล้ว จะส่งผลทำงานต่อความรู้สึกและประสบการณ์กับผู้ชมได้มากแค่ไหน

  Orbiting body ตั้งต้นจาก “Media Art” ที่เป็นหัวข้อหลักจากหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร และต่อยอดร่วมกับความสนใจของแมรี่ที่มีต่อสื่อศิลปะและภาพเคลื่อนไหว ในแง่มุมที่เกิดขึ้นจากการตั้งข้อสังเกตถึงการเปลี่ยนผ่าน การเคลื่อนผ่านของภาพอย่างต่อเนื่อง และมีความเป็นพลวัต

จากภาพวาดสู่ภาพถ่าย
จากภาพถ่ายสู่ภาพเคลื่อนไหว
จากรูปแบบแอนะล็อกสู่ดิจิทัล
จากสองมิติสู่สามมิติ

  การเปลี่ยนผ่านเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ที่เปลี่ยนแปลงไปตามแนวคิดของผู้คนตามยุคสมัย วิธีการใช้งานสื่อ หรือรูปแบบการนำเสนอที่มีความเฉพาะของสื่อแต่ละประเภท ที่นอกจากจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อวิถีชีวิต ระบบเศรษฐกิจ และการสื่อสารแล้ว มันยังก่อให้เกิดความเป็นไปได้ใหม่ในแวดวงศิลปะด้วยเช่นกัน เช่น หากเราในยุค 2024 ได้ลองย้อนกลับไปชมผลงานศิลปะแนว Computer Art ที่ถูกสร้างในยุคต้นปี 2000 ก็จะเกิดการรับรู้ที่แตกต่างกันแล้ว นี่จึงทำให้แมรี่สนใจใน Media Art ที่มีการเปลี่ยนผ่านอยู่ตลอด

  แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงการเคลื่อนผ่าน และเปลี่ยนผ่านไปมาในนิทรรศการศิลปะแล้ว ย่อมไม่ได้มีแค่มิติของเรื่องราว ความทรงจำ หรือประสบการณ์ของศิลปินที่บอกเล่าผ่านผลงานเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการเคลื่อนไหวของเวลาและบริบทสถานที่ที่สร้างระยะทางและระยะการมองเห็น รวมถึงการเคลื่อนไหวของตัวผู้ชมในนิทรรศการที่ล้วนส่งผลต่อการรับรู้ทั้งสิ้น

  Orbiting body จึงเป็นการสร้างเส้นโคจรที่เคลื่อนผ่านกันไปมาระหว่าง ผลงานศิลปะ ตัวผู้ชม และพื้นที่ชั้น 8 ของหอศิลป์หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ท่ามกลางช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติอยู่ตลอด

  โดยภายในนิทรรศการแห่งนี้มีผลงานศิลปะอยู่เพียง 5 ชิ้น นั่นคือ If I dig a very deep hole โดย คุณปรัชญา พิณทอง, ดาวสองดวง โดย คุณอารยา ราษฎร์จำเริญสุข, ออกแบบในใจ โดย คุณอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล, Shut your eyes and you will burst into flame โดย คุณสถิตย์ ศัสตรศาสตร์ และ Mnemosyne โดย คุณสรวิศ ทรงสัตย์ ซึ่งผลงานแต่ละชิ้นก็จะนำเสนอนิยามการเคลื่อนที่ของเรื่องราว ความทรงจำ เวลา และสถานที่ ที่แม้จะแตกต่างตามมุมมองของศิลปิน แต่กลับทำงานสอดประสานกันได้โดยที่เราไม่รู้ตัว

  “เราสนใจวิธีการทำงานของศิลปินทั้ง 5 คนนี้ เวลาที่พวกเขาคิดและสร้างสรรค์ผลงาน พวกเขามีความชัดเจนในสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่มาก ๆ ทั้งแนวคิด สื่อที่เลือกมาใช้งาน วิธีการทำงานร่วมกับพื้นที่”

  If I dig a very deep hole โดย คุณปรัชญา พิณทอง เป็นผลงานชิ้นแรกที่แมรี่นึกถึง เพราะถ่ายทอดมิติการเคลื่อนที่ของเวลาและระยะออกมาได้อย่างลึกซึ้ง โดยคุณปรัชญาในตอนนั้นกำลังจะมีงานแสดงที่ปารีส และตั้งคำถามกับตัวเองว่า “หากเราลากเส้นตรงยาวจากปารีส ผ่านใจกลางโลกไปยังอีกด้านหนึ่ง มันจะเป็นพื้นที่แบบไหนกัน?” คำตอบที่ศิลปินได้จาก Google Earth คือ หมู่เกาะชาแธม ประเทศนิวซีแลนด์ เขาจึงเดินทางไปที่นั่นเพื่อบันทึกภาพพระจันทร์เต็มดวงด้วยกล้องถ่ายภาพฟิล์ม ก่อนจะกลับไปยังปารีสเพื่อบันทึกภาพพระจันทร์เต็มดวง บนฟิล์มหน้าถัดไป ผลงาน If I dig a very deep hole จึงมีความน่าสนใจในแง่ที่ว่าแม้จะไม่เห็นการเคลื่อนไหวของภาพ แต่เรากลับสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนที่ที่มันเกิดขึ้นอยู่เบื้องหลังภาพถ่าย

   ​ดาวสองดวง โดย คุณอารยา ราษฎร์จำเริญสุข เชื่อมโยงเข้ากับผลงานของคุณปรัชญาโดยบังเอิญผ่านความหมายของชื่อ โดยดาวสองดวงเป็นการปะทะเข้าหากันของโลกสองโลกที่อาจไม่เคยเจอกันมาก่อน ระหว่างศิลปะชั้นยอดของศิลปินยุโรปในศตวรรษที่ 19 และโลกของกลุ่มชาวบ้าน ผ่านการค่อย ๆ สร้างความหมายใหม่ให้กับศิลปะเหล่านั้นจากมุมมองที่อ้างอิงจากชีวิตประจำวัน ท่ามกลางบริบทของเวลาและสถานที่ที่ทับซ้อนกันระหว่าง ภาพวาดอันเก่าแก่กับธรรมชาติของต่างจังหวัด และช่วงเวลาในอดีตที่ผลงานถูกบันทึกกับช่วงเวลาปัจจุบันที่ผู้ชมกำลังดู

  ออกแบบในใจ โดย คุณอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล เป็นผลงานที่หลายคนน่าจะพอคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี จาก Thailand Biennale, Chiangrai 2023 แต่สำหรับออกแบบในใจ ในนิทรรศการครั้งนี้ ถูกปรับขยายให้ใหญ่ขึ้น (ด้วยไอเดียจากแมรี่) เพื่อให้เข้ากับโถงด้านในห้องหนึ่งของพื้นที่ชั้น 8 แม้ว่าจะถูกเปลี่ยนบริบทของสถานที่จากเดิมที่เคยจัดแสดงอยู่ในห้องเรียนที่ค่อนข้างเปิดโล่งของโรงเรียนแม่มะ มาสู่ห้องนิทรรศการที่มีการปิดล้อม แต่ผืนผ้าพิมพ์ลวดลายธรรมชาติโดยศิลปินสองท่าน คือ คุณนพนันท์ ทันนารี และคุณอำนาจ ก้านขุนทด ก็ยังคงเคลื่อนไหวอย่างอิสระ ไร้แบบแผน และเคลื่อนที่สลับเปลี่ยนไปมาระหว่างความทรงจำ ที่เกิดขึ้นจากการตีความของผู้ชม ร่วมกับบริบทของเวลา และแสงเงาที่สอดผ่านช่องแสงด้านบนของหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดในทุก ๆ นาที

  Shut your eyes and you will burst into flame โดย คุณสถิตย์ ศัสตรศาสตร์ เป็นผลงานใหม่ จากความตั้งใจของแมรี่ที่อยากให้มีผลงานศิลปะสักชิ้นหนึ่งที่สามารถโต้ตอบ และสร้างบทสนทนาร่วมกันระหว่างผลงาน สถานที่ และผู้ชม โดยคุณสถิตย์ได้ถ่ายภาพจากภาพถ่ายเก่าในปี 2016 ที่เคยบันทึกภาพของช่างก่อสร้างในช่วงที่หอศิลป์กำลังก่อสร้าง โดยเป็นภาพของทีมงานก่อสร้างที่แก้ปัญหาไฟไม่เพียงพอด้วยการประกอบโครงขึ้นมาชั่วคราว เพื่อติดตั้งหลอดไฟสำหรับทำงาน ที่ดูแล้วคล้ายกับงานประติมากรรม

  คุณสถิตย์จึงนำเอาภาพนี้ มาพิมพ์ลงบนแผ่น Plexiglass ที่แทรกด้วยเส้นสีขาวถี่ ๆ จำนวนมาก พลางสายตาให้เรามองเห็นมันอย่างพร่าเลือน และเชิญชวนให้เราทดลองปรับจุดโฟกัสสายตาไปตามระยะและมุมต่าง ๆ ทั้งใกล้หรือไกล จากซ้ายไปขวา หรี่ตาหรือมองแบบปกติ เพื่อค้นหาสิ่งที่อยู่ภายใน ซึ่งเป็นผลงานที่สะท้อนถึงการเคลื่อนที่ในบริบทของพื้นที่ได้เป็นอย่างดี และเป็นผลงานที่นำเอาหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ไปเป็นส่วนหนึ่งของผลงานได้อย่างกลมกลืน

  Mnemosyne โดย คุณสรวิศ ทรงสัตย์ ผลงานศิลปะที่นำเสนอการเปลี่ยนแปลงของนิยามและคำจำกัดความของสื่อออกมาได้อย่างชัดเจน เพราะคุณสรวิศได้เปลี่ยนแปลงภาพถ่ายสองมิติระหว่างธรรมชาติรอบบ้านของคุณแม่ในจังหวัดเชียงราย และความสมบูรณ์ของป่าในเขตอนุรักษ์ที่นิวซีแลนด์ (ซึ่งเป็นประเทศที่เขาอาศัยอยู่ในตอนที่กำลังสร้างผลงาน และที่อยู่ในปัจจุบัน) ให้กลายเป็นพื้นที่ใหม่ในรูปแบบสามมิติ เพื่อทำความเข้าใจกับระยะทาง ความห่าง และเวลา สรวิศร้อยเรียงพื้นที่และความทรงจำให้เป็นหนึ่ง ด้วยเทคนิค Photogrammetry หรือการรังวัดจากภาพถ่าย

  นอกจากนิยามของการเคลื่อนที่ซ่อนอยู่ในผลงานแล้ว สิ่งที่เราและผู้ชมคนอื่น ๆ น่าจะสังเกตคือระยะห่างระหว่างผลงานทั้ง 5 ชิ้นที่ถูกปล่อยโล่ง ที่มันจะอาจจะโล่งจนน่าแปลกใจ แต่กลับทำหน้าที่กระตุ้นความคิดของเราที่มีต่อผลงานศิลปะตรงหน้า อันเป็นสิ่งเร้าได้โดยไร้ซึ่งสิ่งรบกวน และปล่อยให้เราได้สนุกกับการสำรวจสิ่งที่พบเห็นผ่านมิติช่วงเวลาที่ค่อย ๆ ดำเนินอย่างเนิบนาบ

  ที่แม้จะเรียบง่าย สงบนิ่ง แต่กลับมอบประสบการณ์มากล้น ได้อย่างไม่เร่งเร้าและน่าอึดอัด

  “เราสนใจการทำงานที่พื้นที่มีผลต่อผลงาน เป็นนิทรรศการที่พื้นที่สามารถทำงานร่วมกับผลงานได้ มันเหมือนเป็นการเปิดพื้นที่ให้ผู้ชมเข้ามาสัมผัสได้โดยไม่ถูกผลักออก ต้องมีจังหวะบางอย่างที่ทำให้ผู้ชมรับรู้ว่าเขากำลังเคลื่อนตัวผ่านผลงาน ผ่านพื้นที่ ไม่จำเป็นต้องถูกปะทะด้วยผลงาน สามารถปรับตัวไปกับผลงานแต่ละชิ้น และมองเห็นงานในระยะต่าง ๆ ที่ไม่ได้เท่ากันหมด”

  Orbiting body เปิดให้เข้าชมจนถึงวันที่ 8 กันยายน 2567 นี้ ณ ห้องนิทรรศการหลักชั้น 8 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เวลา 10:00 - 20:00 น. ทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ผ่านทาง Facebook: Bacc หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

    TAG
  • people
  • interview
  • art
  • exhibition
  • BACC
  • Bangkok Art and Culture Centre
  • Orbiting body
  • Mary Pansanga

“แมรี่ ปานสง่า” ผู้เปรียบงานภัณฑารักษ์เป็นเสมือนงานศิลปะ ที่นำพาผู้ชมเข้าร่วมตัดสินใจถึงความงามของมัน

PEOPLE/INTERVIEW
2 years ago
CONTRIBUTORS
EVERYTHING TEAM
RECOMMEND
  • PEOPLE/INTERVIEW

    In conversation with Wicked Lights มองชีวิตและการเป็นศิลปินอิสระอย่างซื่อตรง ผ่านทัศนะของ “ธู จารุศร”

    ‘เทคโนโลยีทำให้ทุกอย่างเข้าถึงง่าย รวดเร็ว แต่ชีวิตเราต้องการอะไรที่ลึกซึ้งไปมากกว่านั้น’ เป็นสิ่งที่เราพอจะจดจำได้ เมื่อนึกย้อนกลับไปถึงวันที่ได้พูดคุยกับเขา แต่บทสนทนาที่มีระยะเวลานานราวหนึ่งชั่วโมงกว่า ระหว่าง EVERYTHING กับ “ธู จารุศร” ผู้เป็นนักร้องนำ มือกีต้าร์ และหัวเรือสำคัญของ Wicked Lights นั้น กลับซุกซ่อน “มุมมอง” ที่เขาใช้นิยามความหมายของชีวิต ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง และ “ประสบการณ์” ที่สั่งสมมากว่า 30 ปี บนเส้นทางการเป็นศิลปินอิสระ ที่มากล้นเสียจนเราคงย่อสรุปจับใจความผ่านประโยคสั้นๆ ไม่ได้

    EVERYTHING TEAM5 months ago
  • PEOPLE/INTERVIEW

    คุยกับ Cupnoodle ผู้ที่ซื่อสัตย์และมั่นคงในดนตรีของตัวเอง ท่ามกลางความคิดแสนนานาจิตตัง บนเส้นทางสู่เป้าหมายชีวิตที่เรียกว่า “ศิลปิน”

    แค่ได้อ่านชื่อ ก็เชื่อว่าคิ้วของทุกคนคงต้องผูกกันเป็นปมด้วยความสงสัยแล้วว่า ‘บะหมี่ถ้วย ใช้ชื่อนี่เป็นชื่อศิลปินจริงดิ’, ‘มาทำเพลงเอาตลกหรือเปล่าเนี่ย’ บอกไว้ก่อนเลยว่า ไม่ ไม่ตลกเลย เพราะชีวิตที่ซุกซ่อนอยู่เบื้องหลังผลงานเพลงของ Cupnoodle หรือ “ซาช่า โจสท์” นั้น เต็มไปด้วยความพยายาม ความตั้งใจ จนบางครั้งก็ต้องยอมเสียสละบางสิ่งบางอย่างเพื่อให้ได้ไขว่คว้าความฝันวัยเด็กในการเป็นศิลปิน ที่ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านนั้น เธอแทบจะผ่านประสบการณ์การลงมือทำมาหมดทุกอย่างแล้วเพื่อเข้าใกล้วงการดนตรีให้ได้มากที่สุด (ซึ่งเยอะจนเราเชื่อว่าคงเขียนเล่าได้ไม่ครบ) แต่แม้จะมุ่งมั่นออกตัววิ่งบนเส้นทางนี้ไปด้วยความรวดเร็วมากเท่าไหร่ ซาช่า ที่ ณ ตอนนั้นใช้ชีวิตอยู่ที่ลอนดอน ก็ยังคงไม่เห็นเส้นชัยของตัวเองสักที

    EVERYTHING TEAM10 months ago
  • PEOPLE/INTERVIEW

    มองสถาปัตยกรรมไทยร่วมสมัยในฐานะวัฒนธรรมที่มีชีวิตผ่าน ART TOYS เจาะลึกแนวคิดความสนุกจาก DUCTSTORE the design guru Co.,Ltd.

    ทันทีที่ Key Visual สถาปนิก’ 68 เผยแพร่ออกมา บทสนทนาปลุกสัญชาตญาณนักสืบในตัวทุกคนพร้อมใจกันทำงานแบบ Autopilot และระหว่างที่ตามหาเฉลยกันจริงจัง ทุกคนเริ่มหันมาตั้งคำถามต่อว่า Art Toys เกี่ยวข้องกับธีมงานอย่างไร รู้ตัวอีกทีวงสนทนาก็กระเพื่อมขยายกว้างขึ้น ส่งสัญญาณชัดว่า Key Visual ปีนี้เปิดฉากมาแบบสนุกเอาเรื่อง โดนเส้นกันสุดๆ

    EVERYTHING TEAMJanuary 2025
  • PEOPLE/INTERVIEW

    อุ้ม-วัลลภ รุ่งกำจัด นักแสดงภาพยนตร์อิสระ สู่เส้นทางของ Cannes Film

    วัลลภ รุ่งกำจัด หรือ อุ้ม นักแสดงที่เชื่อมโยงความเป็นมนุษย์กับโลกของภาพยนตร์ ผ่านการสร้างชีวิตให้ตัวละครต่าง ๆ ได้ออกมาโลดแล่นแสดงความรู้สึกทางอารมณ์ให้กับผู้ชม แม้เขาจะไม่ได้เป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียงในวงกว้างเทียบเท่ากับนักแสดงกระแสหลัก แต่ในเวทีระดับโลก “อุ้ม” ได้พิสูจน์ตัวเองกับการเป็นนักแสดงที่มีความสามารถที่ยอมทุ่มเทหลาย ๆ สิ่ง ให้กับงานศิลปะด้านการแสดงในภาพยนตร์เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้อย่างสุดตัว

    EVERYTHING TEAMa year ago
  • PEOPLE/INTERVIEW

    พูดคุยกับ “MAMIO” บนหน้ากระจกสะท้อนตัวตนที่ถูกซ่อนมาทั้งชีวิต “อาจใช้เวลานานถึง 30 ปี แต่ก็ดีกว่าไม่มีโอกาสได้รู้เลย”

    คงปฏิเสธไม่ได้ว่าก่อนหน้านี้เราได้รู้จักกับเธอคนนี้ในชื่อของ พัด หรือที่ชอบเรียกติดปากกันว่า พัด ZWEED N’ ROLL เจ้าของเสียงทุ้มมีเสน่ห์ นักร้องและนักแต่งเพลงที่ฝากผลงานเพลงเศร้าเอาไว้ในวงการมากมาย อาทิ ช่วงเวลา, Diary, อาจเป็นฉัน และอีกมากมาย ไม่มีอะไรแน่นอนแม้กระทั่งตัวเราเอง ช่วงเวลาจึงได้พัดพาให้เรามาทำความรู้จักกับ “MAMIO” ในฐานะศิลปินใหม่จากค่าย Warner Music Thailand ซึ่งเป็นอีกตัวตนหนึ่งของคุณพัดที่ไม่เคยถูกปลดปล่อยออกมาเลยตลอดชีวิตการทำงานในวงการสิบกว่าปีที่ผ่านมา หรือถ้าจะให้ซื่อสัตย์กับตัวเองจริง ๆ ก็อาจจะเป็นทั้งชีวิตที่เกิดมาเลยเสียด้วยซ้ำ

    EVERYTHING TEAMa year ago
  • PEOPLE/INTERVIEW

    THE ROARING SOUND OF BANGKOK EVILCORE

    Whispers เป็นหนึ่งในวงดนตรีที่สะท้อนการเติบโตของวงการ Hardcore ในประเทศไทยอย่างแท้จริง ตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่เป็นเพียงกลุ่มเพื่อนที่หลงใหลในดนตรี เพราะนอกจากจะเป็นผู้เล่น พวกเขายังเป็นกำลังสำคัญที่คอยผลักดันซีนฮาร์ดคอร์ในบ้านเรามาโดยตลอด ประสบการณ์ที่สั่งสมทำให้เกิดเป็นสไตล์เฉพาะของ Whispers สร้างความแตกต่างและเป็นเอกลักษณ์ จนทำให้พวกเขาก้าวไปสู่เวทีระดับสากล ถึงแม้พวกเขาจะอยู่ใต้ดินของไทย แต่เสียงคำรามของพวกเขาก็ดังไปไกลถึงทวีปยุโรป มาพบกับเส้นทางดนตรีที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจและการเปลี่ยนแปลง กับวงฮาร์ดคอร์ระดับบท็อปของ Southeast Asia

    EVERYTHING TEAMa year ago
SIGN UP TO OUR NEWSLETTER
A Monthly update of the new issue from us
THANK YOU FOR YOUR SUBSCRIPTION

We use cookies, localStorage and other technologies (collectively, "cookies") to recognise your browser or device, learn more about your interests, and provide you with essential features and services and for additional purposes. ( see details )