คิดนอกกรอบกับผู้อยู่เบื้องหลัง สองแบรนด์ดัง LALALOVE และ CHADA | IAMEVERYTHING.CO

LOOKING ON EVERYTHING ?

EXPLORE ON EVERYTHING

คิดนอกกรอบกับผู้อยู่เบื้องหลังสองแบรนด์ดัง
LALALOVE และ CHADA

ในยุคสมัยที่การอัปเดตเทรนด์ใหม่ๆ สำคัญไม่แพ้การรักษาความเป็นตัวเอง สองแบรนด์ดัง LALALOVE และ CHADA ใช้พลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ในการฉีกกรอบกฎเกณฑ์เดิมๆ เพื่อสร้างสีสันให้วงการแฟชั่นและความงามทั้งในและต่างประเทศ เรื่องราวของพวกเขาจะสร้างแรงบันดาลใจดีๆ ให้กับใครหลายๆ คน

“ตัวตนของ LALALOVE คือความขี้เล่น สนุกสนาน มีเอกลักษณ์ เราทำ Sustainable Fashion (กระบวนการผลิตเสื้อผ้าแฟชั่นอย่างยั่งยืน) มาตั้งแต่ปีแรกที่เริ่มแบรนด์เลย เสื้อยืดทำจากผ้า Organic Cotton จากญี่ปุ่น ซึ่งเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วตอนที่เริ่มแบรนด์นั้น มันยังไม่มีเทรนด์ของการไม่ใช้หลอด หรือการหันมาใช้วัสดุกระดาษ ฯลฯ
มาถึงตอนนี้ มันกลายเป็นความ Contrast ที่ว่า เราเป็นแบรนด์สตรีทที่บวกความยั่งยืนเข้าไปด้วย เรามีการออกแบบชุดว่ายน้ำที่ดูแฟชั่นจ๋ามาก แต่ในส่วนของผ้าเป็นเส้นใยที่ทำจากขวดพลาสติกที่เป็นขยะอยู่ในทะเล เราพยายามทำอะไรที่มันดีต่อโลก และจะทำไปเรื่อยๆ”

  สำหรับคุณลินดา เจริญลาภ เจ้าของแบรนด์ LALALOVE เธอเชื่อว่าไม่มีคำว่า “ชอบที่สุด” ในโลกของคนที่ทำงานด้านแฟชั่น “บางครั้งดีไซน์คอลเล็คชั่นใหม่ออกมาสักประมาณสามเดือนก็เริ่มรู้สึกเบื่อจนต้องมีการพัฒนาขึ้นใหม่อีกแล้ว” คุณลินดากล่าว “เรามีการอัปเดตตลอดเวลา เราต้อง Keep it going”

   ราวสิบปีแล้วที่ LALALOVE ก้าวเข้าสู่ตลาดเสื้อผ้าแฟชั่น โดยเริ่มต้นที่ประเทศอังกฤษก่อนที่จะขยายไปที่อิตาลี ผลตอบรับดีกลายเป็นแรงกระตุ้นให้คุณลินดาเปิดบริษัทอย่างเต็มตัว เธอเรียนรู้จากประสบการณ์และพัฒนาแบรนด์ของเธอขึ้นทุกปีจนเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่อง “เราจะ Keep it going แบบนี้ไปเรื่อยๆ คือให้มันเติบโตอย่างสวยงาม และเป็นธรรมชาติ เราไม่ได้รีบร้อนที่จะเติบโตจนเกินไป คือเรามีกำลังคนประมาณนี้ เราก็ทำ ประมาณนี้” คุณลินดากล่าว “นั่นคือความยั่งยืน ค่อยๆ พัฒนาไปด้วยกันกับทีมของเรา ไม่ได้คาดหวังล่วงหน้าเป็น 10 - 20 ปี เป้าหมายของเราอยู่แค่ว่าต้องพัฒนาไปอย่าง มีความสุข และอารมณ์ดี แบบนั้นคือ LALALOVE ค่ะ”

   “สตรีทแวร์จะไม่หายไปหรอก แต่จะพัฒนามากขึ้นไปอีก” คุณลินดากล่าว ในยุคของโลกโซเชียลมีเดีย เธอมองว่าทุกคนมีความมั่นใจในการแต่งตัวมากขึ้น ไม่มีอะไรผิดไม่มีอะไรถูก นั่นคือสิ่งที่ทำให้สตรีทแวร์ยังคงอยู่ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในโลกแฟชั่น เธอมั่นใจว่า LALALOVE จะสามารถยืนหยัดเป็นตัวเลือกในใจของคนที่รักแฟชั่นได้อย่างมั่นคง “เราไม่ได้มองว่าลูกค้าเราเป็นใครมากนัก แต่เราดูที่เรารักที่จะทำอะไรมากกว่า” ลินดากล่าว “จุดสำคัญที่สุดคือต้องทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม อีกทั้งเป็นตัวของตัวเอง”

   เมื่อถามคุณลินดาว่า LALALOVE จะเป็นยังไงในปี 2090? เธอตอบอย่างมั่นใจว่า “แบรนด์ LALALOVE คงกลายเป็นเจเนอเรชันที่ 3 แต่ LALALOVE ก็จะยังเป็น LALALOVE นี่แหละ ทั้งคอนเซ็ปต์ ความมั่นคงในสไตล์ และเอกลักษณ์ของเรา เพราะจริงๆ ความขี้เล่นสนุกสนาน อยู่คู่กับมนุษย์ทุกยุคทุกสมัยอยู่แล้ว แต่ตอนนั้นคงต้องมีการพัฒนาในเรื่องเทคโนโลยีและดิจิทัล จากตอนนี้ที่เราเน้นความยั่งยืน เมื่อถึงปี 2090 ก็คงต้องใช้คำว่า ความยั่งยืนที่มาพร้อมเทคโนโลยี เอาปัจจัยสองอย่างนี้มาผสมผสานกัน”

  “สนีกเกอร์ที่ชอบคือ Nike Air VaporMax มีหลายคู่มาก เพราะชอบมาก เป็นแฟนตัวจริงเลยค่ะ มีประมาณ 7 - 8 คู่ มีทุกสี เพราะใส่สบาย และตอนนี้จะมีที่ออกใหม่เลยคือ Nike Air Max 2090 ชอบสีสันที่เลือกใช้ของคู่นี้มาก แล้วก็ใส่สบายแถมยังเก๋อีกด้วย

  เราให้คุณลินดาจับคู่เสื้อผ้า LALALOVE กับ Nike Air Max 2090 ซึ่งดูจะเป็นโจทย์ที่ง่ายและทำให้เธอสนุกมาก “เซ็ตที่ 1 ใส่เสื้อแจ็คเก็ตบอมเบอร์แบบโอเวอร์ไซส์กับเสื้อผ้าแนวสปอร์ตข้างใน แล้วใส่กับ Nike Air Max 2090 ก็จะแซ่บ สวยค่ะ, เซ็ตที่ 2 ใส่ Trench Coat ตัวเดียวใหญ่ๆ กับรองเท้า Nike Air Max 2090 ก็สวยเหมือนกัน, เซ็ตที่ 3 ใส่เสื้อฮาวายตัวใหญ่ๆ กับชุดเดรสข้างใน แล้วก็ใส่กับรองเท้า Nike Air Max 2090 อันนี้ก็เหมาะสำหรับผู้หญิงค่ะ”

“CHADA (ชาฎา) เป็นแบรนด์ที่นำเสนอสีไทยโทน โดยสินค้าไลน์แรกของเราเป็นน้ำยาทาเล็บ” สองสาว ก้อย-พรชนก จิระเกียรติวัฒนา และ บิว-จุฬาพร อิกิติสิริ เล่าถึงแบรนด์ของพวกเธอ “เราไปเจองานวิจัยของอาจารย์ไพโรจน์ พิทยเมธี ซึ่งเป็นงานวิจัยที่ทำให้เราได้รู้จักกับสีไทยโทน เราหยิบงานวิจัยนี้มาเพื่อที่จะเผยแพร่สู่วงกว้าง แล้วมาตีโจทย์ว่ามันสามารถนำเสนอเป็นสินค้าอะไรได้บ้าง ก็สรุปกันว่า น่าจะทำเป็นสีของน้ำยาทาเล็บเพราะเป็นสินค้าที่สามารถนำเสนอความเป็นสีไทยโทนได้ดี” ด้วยความหลากหลายของสีไทยโทนซึ่งมีมากกว่า 300 เฉดสี CHADA เลือก 80 เฉดสีมาใช้กับน้ำยาทาเล็บ และยังมีโครงการที่จะนำสีอื่นๆ มาใช้กับสินค้าใหม่ๆ ในอนาคตอีกด้วย

   หลังจากก่อตั้งมาราว 2 ปี เฉดสีที่ CHADA เลือกใช้ทำให้แบรนด์ได้รับความสนใจมาอย่างต่อเนื่อง “เราทำคอลเล็คชั่นพิเศษโดยได้แรงบันดาลใจจากนางในวรรณคดี 5 นาง แล้วจัดเซตสีให้เข้ากับคาแรคเตอร์และเรื่องราวของแต่ละนาง ซึ่งก็จะแตกต่างกันไป โดยนำเสนอในมุมที่ดูทันสมัยขึ้น ซึ่งนางในวรรณคดีแต่ละคนที่เราเลือกมาจะเป็นคนที่สวยมากของยุค สวยมากขนาดที่ว่าผู้ชายต้องมาแย่งกันเพื่อที่จะได้หัวใจของหญิงเหล่านั้น(ฮา) อย่างเช่น เซตสีที่เป็นนางมัทนา เค้าจะเป็นตำนานของดอกกุหลาบ ทีนี้เราก็มาตีความว่าดอกกุหลาบจะมีหลายเฉด เราเลยนำเสนอเป็นโทนชมพูถึงสีแดงเข้ม” คุณบิวเล่า “ในส่วนของสีก็จะบ่งบอกถึงนิสัยใจคอของเขาด้วย อย่างนางเอื้อยหรือปลาบู่ทอง ที่เรารู้จักกัน ก็โดดเด่นเรื่องความกตัญญู ความอ่อนหวาน เราก็จะจัดเซตสีให้เป็นสีพาสเทลให้ดูเป็นผู้หญิงเรียบร้อย หรือถ้ายกตัวอย่างนางรจนา เค้าก็จะมีสติปัญญาล้ำเลิศ เราก็ตีความและนำเสนอด้วยสีโทนม่วงๆ ค่ะ” คุณก้อยเสริม

   เมื่อความเป็นไทยถูกนำเสนอในรูปแบบที่ทันสมัยและสร้างสรรค์ CHADA ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าความเป็นไทยนั้นอยู่เหนือกาลเวลา “แรงบันดาลใจของแต่ก่อนมันยังคงอยู่ในปัจจุบัน เฉดสีของไทยได้รับความนิยมในวงการความงามมาก เพราะมีการพิสูจน์มาประมาณหนึ่งแล้วว่า สีไทยเป็นสีของเอเชีย คนเอเชียมักจะชอบสีโทนไทยค่ะ จากที่เราได้จำหน่ายสีทาเล็บไป มันก็ไม่ใช่แค่คนไทยเท่านั้น กัมพูชา พม่า เวียดนามก็ติดต่อเข้ามา รวมถึงยังมีฝั่งแอฟริกาใต้ก็ยังสนใจเราเหมือนกัน” คุณก้อยกล่าว

   เมื่อพูดถึงความนอกกรอบของแบรนด์ คุณก้อยเล่าว่า “แรงบันดาลใจหรือเรื่องราวที่เราหยิบมาใช้มันมีความเป็นไทยอยู่ เวลาหยิบองค์ประกอบต่างๆ มาออกแบบหรือทำให้เป็นไทย เราก็พยายามทำให้มันหลุดจากกรอบเดิมๆ ถ้าเราไม่ใช้ช้าง ม้า ยักษ์ วัดวาอาราม บ้านทรงไทย แล้วเราจะต้องใช้อะไรให้คนรู้ว่าเราเป็นไทย และนี่คือความท้าทาย”

  หลังจากการค้นหาสิ่งที่จะสื่อถึงความเป็นไทยและแสดงอัตลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างลงตัว ในที่สุดคำตอบ ก็คือชื่อของแบรนด์ CHADA ที่ตอบโจทย์ทั้งในเชิงความหมายและภาพลักษณ์ “ตอนแรกที่คุยกัน เรายังไม่รู้หรอกว่าจะต้องใช้ชื่ออะไร แล้วบิวก็เสนอขึ้นมาว่า ‘ชฎา’ ไหม เราก็คิดตรงกัน เพราะ 1. ชฎาก็มีความเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงมงกุฏของไทย มันเป็นสัญลักษณ์ที่คนไทยรู้กันอยู่แล้วว่ามันเป็นของไทย 2. ความเป็นมงกุฏนี่มันเหมือนเป็นการพรีเซ็นต์คำว่า Beauty เพราะจากภาพจำของทุกคน สาวที่ได้สวมชฎาคือสวยทุกคน เรียกว่ามงลงน่ะค่ะ” ก้อยเล่า “ทีนี้ตามความเชื่อคือ ชฎามีครู มีความเป็นของสูงในความเชื่อของไทย การนำสัญลักษณ์ชฎามาใช้เราก็กลัวจะมีประเด็นอ่อนไหวของคนไทยเหมือนกัน เราจึงคิดต่อว่าจะนำสัญลักษณ์ของชฎามาลดทอนให้มีความเป็น Silhouette (ภาพเงา) ในโลโก้ ให้มันดูร่วมสมัยขึ้นแต่ก็ยังเห็นได้ว่าเป็นชฎา ส่วนชื่อแบรนด์ที่เป็นภาษาไทยของเราก็ไม่ได้ใช้คำว่า ชฎาตรงๆ เรานำมาปรับเป็น ชาฎา แทนค่ะ”

   เมื่อถามถึงสีทาเล็บในปี 2090 คุณก้อยตอบว่า “คนส่วนใหญ่ที่ทาเล็บมักจะเป็นผู้หญิง เราเลยตั้งคำถามว่าผู้หญิงในปี 2090 จะเป็นยังไง แล้วเราก็คิดว่า ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน ผู้หญิงมีความมั่นใจขึ้น มีอิสระเสรีมากขึ้น เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น และมีจุดยืน เราก็เชื่อว่าจากวันนี้จนถึงปี 2090 ผู้หญิงก็คงจะมีตัวตนที่ชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ และเราก็คิดว่าสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนเลยในมนุษย์คือ สามัญสำนึก เช่นเรื่องอารมณ์ ความรู้สึก ความอยาก ความชอบ จึงทำให้เราสรุปสีเล็บของ 2090 ได้ว่าเป็น "Color of your wish” คือ สีเล็บที่ปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ โดยที่ไม่ต้องทาใหม่แต่สามารถปรับได้ตามอารมณ์ ปรับได้ตามดินฟ้าอากาศ แต่สุดท้ายก็ยังจะคงอยู่ในพื้นฐานของสีไทยโทน”

   เมื่อถามถึงเสน่ห์ของสนีกเกอร์ คุณบิวตอบว่า “ในแง่ของอุตสาหกรรมแฟชั่น รองเท้าสนีกเกอร์มีเสน่ห์มาก คนใส่สนีกเกอร์กันเยอะขึ้น เดี๋ยวนี้ไม่ได้ใส่เล่นแค่กีฬา แต่คนใส่เพื่อความสวยงามก็มีด้วย” ส่วนคุณก้อยตอบว่า “คนไม่ได้ซื้อสนีกเกอร์เพื่อแต่งตัวอย่างเดียวแล้ว คนสะสมก็เยอะค่ะ ถ้าพูดถึงสนีกเกอร์จาก NIKE ที่ชอบใส่ ก็ชอบ Nike Air VaporMax เพราะใส่สบาย ถ้าไปเมืองนอกเราก็จะหยิบคู่นี้ไปด้วยทุกครั้ง เวลาถ่ายรูปก็ดูขายาว ขาสวยด้วย” และเมื่อถามถึง Nike Air Max 2090 คุณบิวตอบว่า “จริงๆ แล้วชอบ Air Max อยู่แล้ว ก็รู้สึกว่ามันใส่สบายมาก เป็นรองเท้าที่เบา ใส่เดินแล้วสบายเพราะมีความยืดหยุ่น” ส่วนคุณก้อยตอบว่า “ส่วนตัวชอบสนีกเกอร์สีขาว เพราะสนีกเกอร์สีขาวมีกี่คู่ก็เข้ากับทุกชุด แล้วพอมาเจอ 2090 ด้วยความขาวที่ซ่อนชิ้น Material ที่ต่างกันทำให้มันดูมีเสน่ห์ขึ้น พอแต่งตัวแล้วก็รู้สึกสนุกขึ้น”

   การเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยทำให้คนต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา การมอบความสุขเล็กๆ น้อยๆ ให้กับตัวเองจึงเป็นเหมือนการเติมพลังให้พร้อมที่จะออกไปผจญกับโลกภายนอก ซึ่งความสุขเล็กๆ น้อยๆ ของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน บางคนชอบการแต่งตัว บางคนสนใจอาหารการกิน “สำหรับเรา ความสวยความงาม คือความสุขเล็กๆ น้อยๆ ที่ช่วยให้เราผ่อนคลาย” บิวกล่าว “แต่แบรนด์ CHADA ไม่เคยปิดกั้น เราชอบรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นของลูกค้าหรือคนที่มองเข้ามา เพราะเราสามารถนำความเห็นพวกนี้ไปพัฒนาแบรนด์ต่อได้ คิดว่าเป็นไดเร็คชั่นที่ยังสนุกได้อีกเยอะค่ะ” ก้อยเสริม

  จากความคิดสร้างสรรค์และความเชื่อมั่นในเอกลักษณ์ที่ชัดเจน LALALOVE และ CHADA ได้นำแบรนด์ของพวกเขาให้เติบโตอย่างยั่งยืนในแบบของตนเอง แม้ทั้งสองแบรนด์จะมีแนวทางที่แตกต่าง แต่แนวคิดหนึ่งซึ่งพวกเขามีร่วมกันนั่นก็คือ ยิ่งสนุกกับสิ่งที่ทำมากเท่าไหร่ ภาพฝันแห่งอนาคตก็ยิ่งใกล้เข้ามาและชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น และเมื่อพูดถึงอนาคต ในปีนี้ ไนกี้ได้นำเสนอรองเท้า Air Max 2090 รองเท้าแห่งอนาคตซึ่งมีรากฐานมาจากรองเท้าแอร์แมกซ์ 90 ที่มีจิตวิญญาณแบบเดียวกัน โดยสีสันของ Nike Air Max 2090 นั้นเป็นสีสันที่เป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า โดยที่รองเท้ารุ่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากยานพาหนะแห่งอนาคตในปี 2090 ที่ทีมดีไซเนอร์ของไนกี้ได้จินตนาการไว้ Nike Air Max 2090 วางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม เป็นต้นไป ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Nike.com 

    TAG
  • LALALOVE
  • CHADA
  • NIKE AIR MAX 2090
  • NIKE
  • people
  • interview

คิดนอกกรอบกับผู้อยู่เบื้องหลัง สองแบรนด์ดัง LALALOVE และ CHADA

PEOPLE/INTERVIEW
March 2020
CONTRIBUTORS
By NIKE
EVERYTHING TEAM
RECOMMEND
  • PEOPLE/INTERVIEW

    RUNWAY NEVER RUNAWAY แจน ใบบุญ นางแบบไทยดาวรุ่ง กับก้าวสู่วงการนางแบบระดับโลก

    นางแบบไทยอายุ 24 ปีที่อยู่ในวงการนางแบบมากกว่า 7 ปี ที่ปัจจุบันก้าวเป็นนางแบบโกอินเตอร์ด้วยการเข้าสังกัดเอเจนซี่ Wilhelmina London ที่ลอนดอนเรียบร้อยแล้ว ในช่วงระยะสั้นๆ ที่แจนกลับมาพักผ่อนที่เมืองไทยนั้น เราก็รีบคว้าตัวเธอมาเป็นนางแบบในเซ็ตแฟชั่นของ EVERYTHING ที่ถ่ายทอดภาพถ่ายโดยพี่โก๋ ช่างภาพรุ่นใหญ่แห่งยุคฟิล์ม และพูดคุยกับเธอต่อเกี่ยวกับเส้นทางนางแบบที่เหนือความคาดหมายของเธอ

    EVERYTHING TEAMOctober 2020
  • PEOPLE/INTERVIEW

    ครั้งแรกในรอบ 20 ปี การกลับมาของช่างภาพชื่อดังแห่งยุคกล้องฟิล์ม นพดล ขาวสำอางค์ กับผลงานถ่ายภาพเซ็ตแฟชั่นในนิตยสาร ให้กับ EVERYTHING ที่แรก!

    หลังจากการพบกันเมื่อครั้งในงาน Photography Exhibition by Nopadon Kaosam-ang ที่ทำให้ประตูสตูดิโอ About Photography บนถนนไมตรีจิตถูกเปิดขึ้นอีกครั้งสำหรับงานแสดงภาพถ่ายขาวดำที่จัดขึ้นวันเดียว ในวาระครบรอบอายุ 60 ปีของ นพดล ขาวสำอางค์ หรือพี่โก๋ ช่างภาพรุ่นใหญ่แห่งยุคกล้องฟิล์ม ที่ห่างหายจากวงการถ่ายภาพนับสิบกว่าปี นำมาสู่การพบกันอีกครั้งที่สตูดิโอศิลปะ SOI SA:M ของโชน ปุยเปีย แห่งแบรนด์ ‘SHONE PUIPIA’ ที่ในครั้งนี้จะเป็นการจับกล้องกดชัตเตอร์สำหรับถ่ายแฟชั่นครั้งแรกในรอบ 20 ปี ของเขาให้กับ EVERYTHING ที่แรก (และอาจเป็นที่เดียว)

    EVERYTHING TEAMOctober 2020
  • PEOPLE/INTERVIEW

    คุยกับ “ตู้ พงษ์ภัทร” เมื่อ “ชีวิตคือเวสป้า”

    “ถามว่ารถคือชีวิตมั้ย ยิ่งกว่าชีวิตเลยดีว่า” เสียงบอกเล่าหรือจะเท่าภาพรถเวสป้า 1964 ที่สักไว้บนแขนขวาของช่างภาพคนนี้ “เงินเดือนหมื่นห้า เวสป้าหนึ่งคัน” - “นี่คือคอนเซ็ปต์ชีวิตของผมเลย จริงๆ ไม่เคยต้องการมากกว่านั้นเลยนะ” ตู้ พงษ์ภัทร ประทุมสุวรรณ ในสมัยวัยรุ่นเคยตั้งเป้าไว้อย่างนั้น ก่อนหน้าที่เขาจะมีครอบครัว ก่อนหน้าที่ใครหลายคนจะรู้จักเขากับภาพตากล้องที่ตามถ่ายพี่ตูนในโครงการก้าวคนละก้าวปีแรก และก่อนหน้าที่จะรู้ว่าอีกยี่สิบปีต่อมา เขาไม่ได้มีแค่เวสป้าหนึ่งคัน แต่กลับมีถึง 7 คัน! วันนี้เราจะมาคุยชายหนุ่มผู้ที่มีเวสป้าอยู่ในความทรงจำ และอยู่ในช่วงชีวิตของเขาตั้งแต่เด็ก ยันหนุ่ม จนกลายเป็นคุณพ่อที่มีภรรยา 1 ลูก 2 และเหล่าเวสป้าอีกหลายคันอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่

    EVERYTHING TEAMSeptember 2020
  • PEOPLE/INTERVIEW

    คุยกับเจ้าของเพจหนัง 90's Vintage Motion

    ท่ามกลางเพจหรือคอนเทนต์ครีเอเตอร์สายภาพยนตร์จำนวนมากมายที่มีให้อ่านในโซเชี่ยลฯ “Vintage Motion” ถือเป็นเพจหนึ่งที่ไม่เหมือนใครและแตกต่างไปจากคนอื่นๆ เพราะนี่คือเพจที่นำเสนอข้อมูลเขิงลึกจากหนังโมเดิร์นคลาสสิค ว่ากันตั้งแต่ยุคหลัง 2000’s ลงไปจนถึงยุค 70’s โดยเน้นน้ำหนักไปที่หนังจากยุค 90’s และ 80’s มากหน่อย ที่สำคัญเป็นเพจที่อ่านสนุก ผู้เขียนเรียบเรียงข้อมูลมาอย่างดี บ่งบอกถึงการทำการบ้านมาอย่างดุเดือด จึงไม่เป็นที่แปลกใจว่า “Vintage Motion” เป็นอีกหนึ่งเพจที่ได้รับความนิยมจากคอหนังสายคลาสสิค ที่สำคัญความโดดเด่นของ “Vintage Motion” ทำให้ ธนันต์ อยู่ในศิล ชายหนุ่มพูดน้อยวัย 31 ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและเป็นนักเขียนเพียงคนเดียวของเพจ ได้โอกาสรวบรวมเรื่องราวต่างๆ ที่น่าสนใจของหนังจากยุค 90’s มาตีพิมพ์เป็นหนังสือ “Back to the 90’s by Vintage Motion” จำหน่ายแบบลิมิเต็ด อิดิชั่น EVERYTHING ชวนคุณไปทำความรู้จักชายผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องหนังอ่านสนุกใน “Vintage Motion” ซึ่งไม่บ่อยนักที่เขาจะยอมเปิดเผยตัวง่ายๆ เหมือนคราวนี้...

    EVERYTHING TEAMJuly 2020
  • PEOPLE/INTERVIEW

    ในสายตาของฟองน้ำผู้ดูดซับสิ่งต่างๆ : คุยกับชุม อธิษฐ์ พีระวงศ์เมธา ช่างภาพไทยคนแรกผู้คว้ารางวัลพูลิตเซอร์

    IAMEVERYTHING นัดหมายกับ อธิษฐ์ สนทนาเพื่อค้นหาว่า งานของเขาเดียวดายเพียงไร ต้องเผชิญหน้ากับสิ่งใดบ้าง เพื่อแลกกับรูปถ่ายบันทึกเรื่องราวหนึ่งใบ ทั้งหมดนั้นก็เพื่อหาคำตอบว่าอะไรคือสายตาหรือการมองเห็นของ Photojournalist ระดับโลก ซึ่งเขาปฏิเสธแข็งขันว่ายังไม่ได้เป็น ทั้งเป็น Photojournalist หรือเป็นช่างภาพระดับโลก อธิษฐ์ บอกว่าตนยังไม่ได้เฉียดเข้าไปใกล้ ที่เขาเป็นนั้นเพียงแค่พยานในเหตุการณ์ต่าง ๆ และดูดซับความรู้สึกนานาไว้ราวกับเป็นฟองน้ำ...

    EVERYTHING TEAMJuly 2020
  • PEOPLE/INTERVIEW

    Naked interview with Oat Montien คุยแบบถอดหมดกับ โอ๊ต มณเฑียร

    ไม่โอ้เอ้ อ้อมค้อม IAMEVERYTHING นัด โอ๊ต มณเฑียร นักเขียน ศิลปิน และอิลลัสเตรเตอร์ ชื่อดังของเมืองไทยนั่งคุยกันแบบเปลือยหมดเปลือกถึงตัวตน การงานและความคิดของชายหนุ่มวัยสามสิบผู้ประกาศตัวว่าเป็นเกย์ ซึ่งอาจไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่แล้วในวันนี้ แต่จนแล้วจนรอด ก็ยังไม่ใช่เรื่องธรรมดาสามัญในสังคมไทยจริงๆ เสียที

    EVERYTHING TEAMJune 2020
SIGN UP TO OUR NEWSLETTER
A Monthly update of the new issue from us
THANK YOU FOR YOUR SUBSCRIPTION

We use cookies, localStorage and other technologies (collectively, "cookies") to recognise your browser or device, learn more about your interests, and provide you with essential features and services and for additional purposes. ( see details )