LOOKING ON EVERYTHING ?
EXPLORE ON EVERYTHING
สภาพแวดล้อมธรรมชาติ โดย Junsekino Architect and Design
ถึงแม้วงการสื่อสารมวลชนโดยทั่วไปจะจับตาและสนใจในงานออกแบบสถาปัตยกรรมโครงการใหญ่ๆ อย่างการออกแบบสํานักงาน, พิพิธภัณฑ์, วิหาร, ศาสนสถาน ไปจนถึงอาคารรัฐสภาต่างๆ หากยังมี งานสถาปัตยกรรมที่โครงการไม่ใหญ่นัก แต่ถือว่าเป็นปัจจัยสําคัญอันจําเป็นสําหรับมนุษย์ที่สุดอย่าง หนึ่ง นั่นก็คือ ที่อยู่อาศัยที่เราเรียกกันว่า “บ้าน” นั่นเอง
ในตอนนี้เราขอนําเสนอผลงานออกแบบบ้านอันโดดเด่นน่าสนใจของสถาปนิกที่เราโปรดปรานที่สุดกลุ่มหนึ่ง นั่นคือ Junsekino Architect and Design สตูดิโอสถาปัตยกรรมและการออกแบบ ที่มักจะออกแบบพื้นที่ที่มีความสัมพันธ์อย่างแนบแน่นกับการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัย อย่าง บ้าน หรือที่อยู่อาศัย

ผลงานล่าสุดของสตูดิโอแห่งนี้ที่เราจะนําเสนอ ก็คือบ้านที่มีชื่ิอว่า o+o House บ้านพักตากอากาศ สําหรับครอบครัวในกรุงเทพฯ ที่ต้องการพักผ่อนจากการใช้ชีวิตในเมืองมาสู่บรรยากาศของธรรมชาติแห่งเขาใหญ่ โดยสถาปนิกผู้ก่อตั้งสตูดิโออย่าง จูน เซคิโน กล่าวถึงความเป็นมาในการออกแบบบ้าน หลังนี้ว่า
“o+o House ชื่อของบ้านมีที่มาจากชื่อของเจ้าของอย่างคุณอร + คุณโอ๋ ซึ่งเป็นบ้านพักตากอากาศ ในโครงการ ภิรมย์ แอท วินยาร์ด (Pirom At Vineyard) เขาใหญ่ จังหวัดนครนครราชสีมา พื้นที่สร้างบ้านตั้งอยู่บนบริเวณมุมของโครงการ ทําให้เห็นภูมิทัศน์ของเขาใหญ่ได้อย่างชัดเจน ซึ่งพื้นที่สวยงามมากๆ เมื่อได้เห็นสถานที่ เรารู้สึกว่าอยากจะทําตัวสถาปัตยกรรมของบ้านให้มีความเบาบาง เหมือนไม่ต้องตะโกนออกมา ซึ่งเป็นแนวทางการทํางานในช่วงหลังของเรา เราอยากให้บ้านกลมกลืนไปกับเส้นขอบฟ้า เพราะฝั่งตรงข้ามของพื้นที่นั้นเป็นภูเขาที่สวยมาก”



“ด้วยความที่เขาใหญ่เป็นพื้นที่ส่องชมสัตว์ การออกแบบตัวบ้านในพื้นที่นี้จึงได้แรงบันดาลใจจากหอชมสัตว์ และด้วยความที่พื้นที่ตั้งของบ้านมีลักษณะเป็นเนินลาดเอียง เวลานําโครงสร้างของบ้านไป วาง ก็จะเกิดเป็นใต้ถุนบ้านขึ้นมาโดยอัตโนมัติ ไม่ต่างอะไรกับเรือนไทยยกใต้ถุน ที่ตีความในแบบร่วม สมัย ซึ่งช่วยยกตัวบ้านเหนือพื้นดินอย่างเบามือ และเป็นการระบายน้ําตามธรรมชาติ โครงสร้างของ บ้านยังวางอยู่บนจุดรับน้ําหนักหลักสามตําแหน่ง ได้แก่ แกนกลางที่รวบรวมงานระบบและรองรับโครงสร้างหลัก พร้อมกับจุดยึดอีกสองมุมของอาคาร แกนกลางนี้ยังทําหน้าที่เป็นปล่องแสงและช่องระบายอากาศ ทําให้แสงธรรมชาติและลมไหลเวียนผ่านเข้ามาในพื้นที่อยู่อาศัยได้อย่างทั่วถึง”

“ด้วยความที่ภูมิทัศน์ภายนอกเป็นธรรมชาติที่สวยงาม เราจึงพยายามเปิดพื้นที่ให้โปร่งโล่ง เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยมองออกไปเห็นทิวทัศน์ภายนอกได้อย่างชัดเจน เราจึงเลือกทําโครงสร้างทั้งหมดของบ้าน ด้วยเหล็กล้วน 100% เพื่อความแม่นยํา ยืดหยุ่น และน้ําหนักที่เบาในการวางตัวบนพื้นที่ลาดเอียง โดยวางเป็นโครงสร้างของเหล็กประกอบกันเป็นตาราง ที่สําคัญยังเป็นแนวทางการก่อสร้างที่ลดการสร้างผลกระทบต่อที่ดินและสิ่งแวดล้อมให้มีน้อยที่สุด”

จูน เซคิโน ยังเสริมว่า ตัวหลังคาของบ้านถูกออกแบบโดยได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมเขตร้อน แต่ปรับให้โปร่งโล่ง เพื่อเปิดรับทัวทัศน์ภายนอกของภูเขา ท้องฟ้า เมฆ และบรรยากาศตาม ฤดูกาลได้อย่างเต็มตา ชายคายังถูกออกแบบให้มีรางน้ําที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในการสร้าง ปรากฏการณ์ของม่านน้ําฝนที่โรยตัวลงมารอบบ้าน รวมถึงพื้นที่ตรงกลางของบ้านในยามฝนตก เพื่อขับเน้นอารมณ์ความรู้สึกอันละเมียดละไม ราวกับเป็นงานศิลปะจากสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ ดังคํากล่าวของเขาที่ว่า
“ผมรู้สึกว่าบางที เราถูกสอนมาตั้งแต่เด็กๆ ให้กลัวธรรมชาติรอบตัวอย่างกลัวฝน กลัวแดด แต่ผมไม่อยากให้เกิดความรู้สึกนั้นในงานของเรา ผมอยากให้เราอยู่ร่วมกับธรรมชาติเหล่านี้ได้”
องค์ประกอบอันโดดเด่นอย่างหนึ่งของบ้านหลังนี้คือลานกลางบ้าน ที่เปิดเป็นพื้นที่ว่าง เชื่อมต่อพื้นที่อื่นๆ ภายในบ้าน รวมถึงรับบรรยากาศภายนอกอย่างสายลม แสงแดด หรือสายฝน กลางลานยังมี ต้นไม้ที่เติมเต็มสีเขียว ความร่มรื่น ความเป็นธรรมชาติ และชีวิตชีวาภายในบ้าน รวมถึงรองรับและดื่มด่ํากับสายฝนที่ตกลงมากลางบ้านอีกด้วย
การจัดพื้นที่ไหลเวียนภายในบ้านยังถูกออกแบบให้มีความเปิดโล่ง เชื่อมต่อกันจากภายนอกเข้าสู่ ภายใน เพื่อให้เจ้าของบ้านสามารถแลเห็นกันและกันในยามเดินไปมาอยู่ภายในบ้าน ในขณะที่พื้นที่ของห้องนอนกลับมีความสงบ อบอุ่น และความเป็นส่วนตัว การออกแบบยังใส่ใจกับสัตว์เลี้ยงของครอบครัวเจ้าของบ้านอย่าง สุนัข ทั้งการใช้วัสดุกันลื่น ทางลาดที่มีความนุ่มนวล เพื่อให้สัตว์เลี้ยงเคลื่อนไหวได้สะดวก ปลอดภัย


สิ่งที่น่าสนใจก็คือ บ้านหลังนี้หันหน้าเข้าหาภูมิทัศน์ของภูเขา คล้ายกับหอชมสัตว์ในเขาใหญ่ เวลา กลางวัน บ้านจะแฝงตัวกับธรรมชาติรอบข้างไปอย่างแนบเนียน กลมกลืน หากในยามค่ําคืนก็มีการ ประดับด้วยแสงไฟเหมือนเป็นโคมไฟเรืองแสง

ถึงแม้ภายนอกจะดูเหมือนเป็นบ้านชั้นเดียว หากแต่บ้านหลังนี้ยังมีพื้นที่ใต้ถุนบ้าน ซึ่งนอกจากจะเป็นที่ตั้งของระบบอํานวยความสะดวกภายในบ้าน อย่างไฟฟ้า เครื่องปรับอากาศ และยังเป็นพื้นที่กึ่งห้องใต้ดิน ซึ่งมีอากาศเย็น ทําให้สามารถใช้เป็นห้องเก็บไวน์ และพื้นที่อเนกประสงค์ สําหรับกิจกรรมพักผ่อนกลางแจ้ง อย่างการออกกําลังกาย รับรองแขก หรือพักผ่อนริมสระว่ายน้ําบนพื้นที่ด้านล่างอีกด้วย
รายละเอียดที่น่าสนใจอีกประการภายในบ้านหลังนี้ก็คือ การออกแบบเฟอร์นิเจอร์บางส่วนภายในบ้าน ที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างเปี่ยมสไตล์เฉพาะตัวแบบ Junseikino object ด้วยการถอดแบบแปลนโครงสร้างของบ้าน แล้วนํามาปรับเป็นงานออกแบบเฟอร์นิเจอร์ภายในที่ให้ความรู้สึกโปร่งโล่ง เบาบาง อย่างกลมกลืนกับตัวบ้านอย่างมาก

สิ่งละอันพันละน้อยที่กล่าวมาของบ้านหลังนี้ แสดงออกถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวอันโดดเด่นของ Junsekino Architect and Design โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การออกแบบบ้าน ที่แสดงออกถึงความเรียบง่าย ละเมียดละไม หากไม่โอ้อวด เอะอะ และสร้างความกลมกลืนระหว่างวิถีชีิวิตของผู้อยู่อาศัยและสภาพแวดล้อมไปจนถึงธรรมชาติรอบข้างได้เป็นอย่างดี สมกับที่ จูน เซคิโน เคยนิยามตนเองว่าเป็น สถาปนิกแบบบ้านๆ จริงๆ อะไรจริง!

Architect : Junsekino Architect and Design, Thossapon Youngyu
Interior : Junsekino Interior Design co.,ltd, Jirayuth P Hou
Landscape: Kaizentopia Co.,Ltd, Sumanee Ampansap
Object :Junsekino Object and Design + Thick&Thin Studio
Photo: Depth of field
ข้อมูล บทสัมภาษณ์ จูน เซคิโน Junsekino Architect and Design, https://www.facebook.com/ media/set/?vanity=JunsekinoArchitectandDesign&set=a.1264110789057407
o+o House บ้านแห่งความกลมกลืนระหว่างวิถีชีวิตของผู้อยู่อาศัยกับ สภาพแวดล้อมธรรมชาติ โดย Junsekino Architect and Design
/
ซอยพระรามเก้า 43 แยก 9 บ้านหมายเลข 6 คือที่มาของชื่อโปรเจกต์ “4396 Residence” บ้านพักส่วนตัวสูง 3 ชั้น ที่ตั้งอยู่บนที่ดินขนาด 63 ตารางวา ผลงานการออกแบบของ FLAT12X สตูดิโอออกแบบสถาปัตยกรรมและตกแต่งภายใน ที่หยิบเอาแนวคิดการจัดวางผังแบบซ้อนแนวตั้ง (Vertical Stacking) มาใช้งานเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอย ผสานกับการจัดวางผังภายในที่เรียบง่าย เพื่อความสะดวกและปลอดภัยของเจ้าของบ้านผู้สูงวัย ภายนอกโดดเด่นด้วยความสวยงามของระเบียงยื่นคอนกรีตที่ตัดกับการปลูกต้นไม้แบบธรรมชาติในรูปแบบ Imperfect Perfection จากการยื่นสลับกันในแต่ละชั้น นี่จึงช่วยเติมเต็มเอกลักษณ์ให้กับ 4396 Residence ให้แตกต่างจากบริบทอาคารแวดล้อม
/
ในตอนนี้เราขอนำเสนอผลงานออกแบบบ้านอันโดดเด่นอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้ความน่าสนใจอยู่ตรงที่การเป็นที่อยู่อาศัยของคนสองรุ่น ที่แบ่งพื้นที่ของบ้านร่วมกัน รวมถึงผสานการอยู่อาศัยใช้ชีวิตในบ้านเข้ากับการทำงานในพื้นที่เชิงพาณิชย์ได้อย่างลงตัว บ้านหลังนี้เป็นผลงานการออกแบบของบริษัทสถาปนิก A A D design (Ayutt and Associates design) ที่ประสบความสำเร็จในงานสถาปัตยกรรมหลากหลายโครงการอันเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และบูรณาการทางการออกแบบ อาร์ต อยุทธ์ มหาโสม ผู้ก่อตั้งและเจ้าของบริษัทสถาปนิก A A D design กล่าวถึงที่ความเป็นมาเป็นไปของบ้านหลังนี้ว่า
/
ในตอนนี้เราขอนำเสนอผลงานออกแบบบ้านอันโดดเด่นอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้เป็นบ้านที่มีชื่อว่า Lane House ที่น่าสนใจด้วยการผสานการดูแลรักษาสุขภาพ และวิถีการใช้ชีวิตในบ้านได้อย่างลงตัว โดยเติมเส้นทางการออกกำลังกายเข้าไปภายในพื้นที่ของบ้าน เพื่อให้การออกกำลังกายกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน รวมถึงจัดวางตัวบ้านในรูปแบบตัว U โอบรับสวนกลางบ้าน ทำให้เกิดพื้นที่ใช้สอยอันเป็นประโยชน์สูงสุด และเชื่อมต่อธรรมชาติกับพื้นที่อยู่อาศัยเข้าไว้ด้วยกัน บ้านหลังนี้เป็นผลงานการออกแบบของบริษัทสถาปนิก Core Cluster บริษัทลูกในเครือ A A D design (Ayutt and Associates design) ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบสถาปัตยกรรม การตกแต่งภายใน และภูมิสถาปัตยกรรม โดยผสานทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ จนกลายเป็นแนวคิดที่สมบูรณ์ ตอบสนองความต้องการด้านการใช้งานของผู้ใช้ได้อย่างลงตัว ภายใต้ปรัชญาที่ว่า “สถาปัตยกรรมที่ดีจะนำมาซึ่งความสุขและความพึงพอใจแก่ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์กับพื้นที่” โดย อาร์ต อยุทธ์ มหาโสม หัวเรือใหญ่ของเครือ A A D design
/
ในตอนนี้เราขอนําเสนอผลงานออกแบบบ้านอันโดดเด่นอีกครั้ง ภายใต้การออกแบบของสถาปนิก สัญชาติไทยอย่าง IDIN Architects บริษัทสถาปนิกผู้หลงใหลในงานสถาปัตยกรรมยุคโมเดิร์น ซึ่ง บ้านหลังนี้ถึงแม้จะเป็นบ้านชั้นเดียวสําหรับพักอาศัย หากเป็นบ้านชั้นเดียวที่ถูกยกขึ้นสูงจากพื้นดิน ถึง 7 เมตร โดยปล่อยพื้นที่ด้านล่างให้เป็นสวนและลานโล่งเลี้ยงสัตว์เลี้ยง ราวกับเป็นบ้านเรือนไทย ยกพื้นใต้ถุนสูงที่เราคุ้นเคย แต่รายละเอียดของตัวบ้านกลับเป็นสถาปัตยกรรมที่เต็มเปี่ยมไปด้วย ความโมเดิร์น ด้วยโครงสร้างของบ้านอันเป็นคอนกรีตดิบกระด้าง ห่มคลุมฟาซาดแผงระแนงไม้อัน เรียบเนียนกริบเปี่ยมสไตล์ จนดูไปก็คล้ายกับพิพิธภัณฑ์ศิลปะอยู่ไม่หยอก โดย เป้ จีรเวช หงสกุล ผู้ ก่อตั้งและเจ้าของบริษัท กล่าวถึงความเป็นมาของบ้านหลังนี้ว่า
/
ถึงแม้ในตอนนี้เราจะขอนำเสนอผลงานออกแบบบ้านอีกครั้ง แต่บ้านหลังนี้ก็แตกต่างจากบ้านธรรมดาทั่วๆ ไป เพราะเป็นสถานที่ที่เป็นแนวความคิดแบบ บ้าน+น้ำ ที่สร้างขึ้นเพื่อครอบครัวที่ชื่นชอบการใช้ชีวิตอยู่กับน้ำ ด้วยการสร้างความเชื่อมโยงระหว่าง งาน+ความชอบ+การผักผ่อน+การฝึก+การสอน+ธรรมชาติ ด้วยการยกพื้นที่สำหรับดำน้ำมาไว้ในตัวบ้าน เพื่อให้คนที่รักการดำน้ำมาทำกิจกรรมกัน ทั้งการฝึกซ้อม การเรียนการสอน ทบทวนการดำน้ำ รวมถึงโชว์รูมจำหน่ายอุปกรณ์ดำน้ำ ภายในตัวบ้านชั้นล่าง ส่วนชั้นบนคือพื้นที่ส่วนตัวที่เป็นเหมือนบ้านของเจ้าของที่อาศัยอยู่บนห้วงน้ำ
/
ในตอนนี้เราขอนำเสนอผลงานออกแบบบ้านอันโดดเด่นอีกครั้ง ของสถาปนิกสัญชาติไทยอย่าง NTHAA กับผลงานออกแบบบ้านที่แฝงตัวแนบเนียนกับธรรมชาติอย่าง “บ้านฤดูฝน” วิลล่าพักตากอากาศ ในพื้นที่เขตบ้านยางปู่โต๊ะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ในขนาดพื้นที่ใช้สอย 142 ตารางเมตร ที่ออกแบบสำหรับการเข้าพักทุกช่วงฤดู เพื่อให้ผู้พักอาศัยได้สัมผัสกับประสบการณ์ของ “ฤดูแห่งการฟื้นฟูทางธรรมชาติและสุนทรียแห่งฝน” โดย เบล ณัฐพัชร์ ธนปุณยนันท์ หนึ่งในสถาปนิกผู้ออกแบบบ้านจากสตูดิโอสถาปัตยกรรม NTHAA กล่าวถึงความเป็นมาของบ้านหลังนี้ว่า
We use cookies, localStorage and other technologies (collectively, "cookies") to recognise your browser or device, learn more about your interests, and provide you with essential features and services and for additional purposes. ( see details )





