LOOKING ON EVERYTHING ?
EXPLORE ON EVERYTHING


Archimontage Design Fields Sophisticated ออกแบบบ้านที่ซ่อนตัวอยู่หลังกำแพงเพื่อปกป้องพื้นที่อยู่อาศัยจากความวุ่นวายของผู้คนและความร้อนจากแสงแดด


ริ้วแสงพาดผ่านช่องกำแพงเกิดเป็นลวดลายภายในห้องโถงของบ้านสองชั้นที่หันหน้าเข้าหาทิศตะวันตก แสงแดดที่มักจะถูกมองเป็นผู้ร้ายกลับกลายเป็นแขกขาประจำที่แวะเวียนเข้ามาทักทายไม่เว้นแต่ละวัน ด้วยการออกแบบกำแพงไว้ทำหน้าที่จัดระเบียบและกำหนดทิศทางของแสงอย่างเป็นระบบ องศาของแดดค่อยๆ เคลื่อนย้ายตามมุมของพระอาทิตย์ที่ค่อยๆ เคลื่อนคล้อยไปอย่างช้าๆ ตามจังหวะเวลาของยามบ่าย ทีมสถาปนิกจาก Archimontage Design Fields Sophisticated ออกแบบ “บ้านปากเกร็ด” หลังนี้ให้เป็นเป็นบ้านที่ซ่อนตัวอยู่หลังแนวกำแพงสูงแต่เปิดโล่งเชื่อมต่อรับแสงธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบ้านได้อย่างกลมกลืน
เพราะบริบทของที่ตั้งเป็นตัวกำหนดตำแหน่งของพื้นที่ใช้งานต่างๆ ตั้งแต่ทางเข้าหลักจากหน้าบ้านไปจนถึงห้องโถงสำหรับการทำกิจกรรมอันหลากหลายของผู้อยู่อาศัย บ้านหลังนี้ไม่เพียงหันไปทางทิศตะวันตก หากยังต้องประจันหน้ากับตลาดซึ่งอยู่อีกฟากของถนน ความร้อนจากแสงแดดและความพลุกพล่านจากผู้คนจึงกลายโจทย์ใหญ่ในการออกแบบบ้านบนที่ตั้งแห่งนี้


ทีมสถาปนิกใช้กำแพงสูง 7เมตรครึ่งเป็นตัวแปรสำคัญในการแก้สมการงานออกแบบ กำแพงตั้งอยู่ในแนวระนาบด้านหน้าของบ้านโดยตั้งตะหง่านขึ้นจากระดับพื้นไปจนถึงระดับใต้หลังคาชั้นสอง โดยทำหน้าที่ปกป้องพื้นที่ภายในบ้านจากความร้อนของแสงแดดในยามบ่าย และป้องกันความวุ่นวายจากผู้คนภายนอกไม่ให้เข้าไปรบกวนการใช้ชีวิตของสมาชิกในบ้าน
ด้วยการแบ่งกำแพงออกเป็นหลายผืนย่อย และจัดวางกำแพงย่อยแต่ละชิ้นให้บิดองศาวางมุมแตกต่างกันจนดูคล้ายกับบานเฟี้ยมที่กำลังคลี่เปิดออก (หรืออาจจะกำลังเลื่อนปิด) เกิดเป็นกำแพงที่มีช่องว่างเว้นระยะห่างไว้เชื่อมต่อพื้นที่ภายในกับโลกภายนอก มีลักษณะกึ่งเปิดกึ่งปิด โดยเลือกเปิดรับแสงจากธรรมชาติในมุมที่เพียงพอต่อการเติมความสว่างและแต่งแต้มสีสันให้กับพื้นที่ภายในโดยยังคงความรู้สึกเย็นสบายไม่ได้รับการรบกวนจากไอความร้อน

นอกจากความร้อนแล้ว กำแพงหน้าบ้านนี้ยังทำหน้าที่กรองความวุ่นวายจากภายนอกไม่ให้เข้ามารบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของสมาชิกในบ้าน พื้นที่ด้านหลังกำแพงได้รับการเว้นไว้เป็นลานอเนกประสงค์ที่ไม่เพีียงสามารถรองรับกิจกรรมต่างๆ ได้หลากหลาย หากยังให้ทำหน้าที่เป็นกันชนอีกชั้นหนึ่งเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับผู้อยู่อาศัย
แสงกลายเป็นองค์ประกอบในการสร้างสีสันให้กับบ้านหลังนี้ในทุกช่วงเวลาของวัน ในขณะที่แสงธรรมชาติเล็ดลอดผ่านช่องว่างระหว่างกำแพงสร้างริ้วลวดลายให้กับบ้านในเวลากลางวัน เมื่อถึงเวลาที่แดดร่มลมตก ดวงโคมขนาดเล็กจำนวนมากที่ห้อยลงมาจากโครงหลังคาในบริเวณลานอเนกประสงค์จะทำหน้าที่ส่องสว่างให้บ้านหลังนี้ดูมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่น่าสนใจในช่วงเวลาค่ำคืน

บ้านสองชั้นขนาด 420 ตารางเมตรหลังนี้มีห้องนอน 4 ห้องกระจายตัวอยู่ทั้งชั้นบนและชั้นล่าง ในขณะที่สองห้องนอนซึ่งอยู่ชั้นบนมีความเป็นส่วนตัวสูง สองห้องนอนที่ชั้นล่างก็ได้รับการออกแบบให้มีความเป็นสัดส่วนและอยู่ร่วมกับพื้นที่ใช้สอยส่วนกลางของบ้านได้อย่างลงตัว
พื้นที่โถงสูงได้รับการจัดเป็นห้องรับแขกที่มีโต๊ะทานอาหาร และ Pantry ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน ด้วยการออกแบบความสูงของเพดานที่ต่างระดับกัน พื้นที่ทั้ง 3 ส่วนนี้สามารถอยู่ร่วมกันโดยมีเส้นแบ่งเขตออกจากกันอย่างเป็นสัดส่วนโดยไม่ต้องมีผนังกั้น ทำให้เกิดความรู้สึกที่โปร่งในห้องโถงขนาดใหญ่
ห้องโถงนี้ใช้ประโยชน์จากแนวกำแพงด้านนอกอย่างเต็มที่ ผนังกระจกผืนใหญ่เปิดรับแสงสว่างที่ผ่านการกรองความร้อนมาจากกำแพงทำให้ห้องที่อยู่หลังกำแพงผืนใหญ่กลับได้สัมผัสกับแสงธรรมชาติตลอดทั้งวัน
พื้นที่ชั้นล่างด้านหลังห้องโถงสูงได้รับการออกแบบเป็นพื้นที่สำหรับห้องครัว ห้องเก็บของ และลานซักล้าง ในขณะที่พื้นที่อีกส่วนหนึ่งมีประตูเปิดสู่โถงเล็กซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของพื้นที่ส่วนตัวของสมาชิกในบ้านแต่ละคน ห้องโถงเล็กนี้จะเชื่อมต่อไปสู่บันไดขึ้นชั้นสองและทางเข้าห้องนอน 2 ห้องในชั้นล่าง


บ้านหลังนี้ได้รับการตกแต่งที่เน้นความดิบของวัสดุตามความชอบของผู้เป็นเจ้าของ ทั้งกระเบื้องดินเผาสีน้ำตาลอมส้มที่กรุอยู่บนผิวของกำแพงสูงด้านหน้า ผิวคอนกรีตเปลือยบนผนังอาคาร พื้นกรวดบนลานอเนกประสงค์ หลังคาเหล็กที่เผยให้เห็นโครงสร้างและแผ่นปูหลังคาโปร่งแสงโดยไม่มีฝ้ามาปกปิด หรือแม้แต่ดวงโคมที่ใช้ประดับในส่วนต่างๆ ทั้งภายในและภายนอก
เบื้องหลังกำแพงที่ปิดกั้นความร้อนและความวุ่นวาย “บ้านปากเกร็ด” เปิดรับแสงสว่างจากธรรมชาติเข้ามาสร้างสีสันให้กับบรรยากาศภายในไม่เว้นแต่ละวัน เกิดบทสนทนาที่น่าสนใจระหว่างแสงกับที่ว่าง ผนัง พื้น และองค์ประกอบอื่นๆ ท่ามกลางความเป็นส่วนตัวภายในบ้านอย่างลงตัว

Project Name : Pakkret House
Architect : Archimontage Design Fields Sophisticated
Interior Designer : Archimontage Design Fields Sophisticated
Location : Nonthaburi, Thailand
Architect in Charge : Cherngchai Riawruangsangkul, Thanakit Wiriyasathit, Tanakul Chookorn
Site Area : 384 sq.m.
Built Area : 420 sq.m.
Project Year : 2020
Structural
Engineer : Chaianuchit Srihard
Contractor : Channarong Prangsorn
Photographer : DOF Sky|Ground
บ้านปากเกร็ด: บ้านที่ซ่อนตัวอยู่หลังกำแพงโดย Archimontage Design Fields Sophisticated
/
ซอยพระรามเก้า 43 แยก 9 บ้านหมายเลข 6 คือที่มาของชื่อโปรเจกต์ “4396 Residence” บ้านพักส่วนตัวสูง 3 ชั้น ที่ตั้งอยู่บนที่ดินขนาด 63 ตารางวา ผลงานการออกแบบของ FLAT12X สตูดิโอออกแบบสถาปัตยกรรมและตกแต่งภายใน ที่หยิบเอาแนวคิดการจัดวางผังแบบซ้อนแนวตั้ง (Vertical Stacking) มาใช้งานเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอย ผสานกับการจัดวางผังภายในที่เรียบง่าย เพื่อความสะดวกและปลอดภัยของเจ้าของบ้านผู้สูงวัย ภายนอกโดดเด่นด้วยความสวยงามของระเบียงยื่นคอนกรีตที่ตัดกับการปลูกต้นไม้แบบธรรมชาติในรูปแบบ Imperfect Perfection จากการยื่นสลับกันในแต่ละชั้น นี่จึงช่วยเติมเต็มเอกลักษณ์ให้กับ 4396 Residence ให้แตกต่างจากบริบทอาคารแวดล้อม
/
ในตอนนี้เราขอนำเสนอผลงานออกแบบบ้านอันโดดเด่นอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้ความน่าสนใจอยู่ตรงที่การเป็นที่อยู่อาศัยของคนสองรุ่น ที่แบ่งพื้นที่ของบ้านร่วมกัน รวมถึงผสานการอยู่อาศัยใช้ชีวิตในบ้านเข้ากับการทำงานในพื้นที่เชิงพาณิชย์ได้อย่างลงตัว บ้านหลังนี้เป็นผลงานการออกแบบของบริษัทสถาปนิก A A D design (Ayutt and Associates design) ที่ประสบความสำเร็จในงานสถาปัตยกรรมหลากหลายโครงการอันเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และบูรณาการทางการออกแบบ อาร์ต อยุทธ์ มหาโสม ผู้ก่อตั้งและเจ้าของบริษัทสถาปนิก A A D design กล่าวถึงที่ความเป็นมาเป็นไปของบ้านหลังนี้ว่า
/
ในตอนนี้เราขอนำเสนอผลงานออกแบบบ้านอันโดดเด่นอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้เป็นบ้านที่มีชื่อว่า Lane House ที่น่าสนใจด้วยการผสานการดูแลรักษาสุขภาพ และวิถีการใช้ชีวิตในบ้านได้อย่างลงตัว โดยเติมเส้นทางการออกกำลังกายเข้าไปภายในพื้นที่ของบ้าน เพื่อให้การออกกำลังกายกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน รวมถึงจัดวางตัวบ้านในรูปแบบตัว U โอบรับสวนกลางบ้าน ทำให้เกิดพื้นที่ใช้สอยอันเป็นประโยชน์สูงสุด และเชื่อมต่อธรรมชาติกับพื้นที่อยู่อาศัยเข้าไว้ด้วยกัน บ้านหลังนี้เป็นผลงานการออกแบบของบริษัทสถาปนิก Core Cluster บริษัทลูกในเครือ A A D design (Ayutt and Associates design) ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบสถาปัตยกรรม การตกแต่งภายใน และภูมิสถาปัตยกรรม โดยผสานทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ จนกลายเป็นแนวคิดที่สมบูรณ์ ตอบสนองความต้องการด้านการใช้งานของผู้ใช้ได้อย่างลงตัว ภายใต้ปรัชญาที่ว่า “สถาปัตยกรรมที่ดีจะนำมาซึ่งความสุขและความพึงพอใจแก่ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์กับพื้นที่” โดย อาร์ต อยุทธ์ มหาโสม หัวเรือใหญ่ของเครือ A A D design
/
ในตอนนี้เราขอนําเสนอผลงานออกแบบบ้านอันโดดเด่นอีกครั้ง ภายใต้การออกแบบของสถาปนิก สัญชาติไทยอย่าง IDIN Architects บริษัทสถาปนิกผู้หลงใหลในงานสถาปัตยกรรมยุคโมเดิร์น ซึ่ง บ้านหลังนี้ถึงแม้จะเป็นบ้านชั้นเดียวสําหรับพักอาศัย หากเป็นบ้านชั้นเดียวที่ถูกยกขึ้นสูงจากพื้นดิน ถึง 7 เมตร โดยปล่อยพื้นที่ด้านล่างให้เป็นสวนและลานโล่งเลี้ยงสัตว์เลี้ยง ราวกับเป็นบ้านเรือนไทย ยกพื้นใต้ถุนสูงที่เราคุ้นเคย แต่รายละเอียดของตัวบ้านกลับเป็นสถาปัตยกรรมที่เต็มเปี่ยมไปด้วย ความโมเดิร์น ด้วยโครงสร้างของบ้านอันเป็นคอนกรีตดิบกระด้าง ห่มคลุมฟาซาดแผงระแนงไม้อัน เรียบเนียนกริบเปี่ยมสไตล์ จนดูไปก็คล้ายกับพิพิธภัณฑ์ศิลปะอยู่ไม่หยอก โดย เป้ จีรเวช หงสกุล ผู้ ก่อตั้งและเจ้าของบริษัท กล่าวถึงความเป็นมาของบ้านหลังนี้ว่า
/
ถึงแม้ในตอนนี้เราจะขอนำเสนอผลงานออกแบบบ้านอีกครั้ง แต่บ้านหลังนี้ก็แตกต่างจากบ้านธรรมดาทั่วๆ ไป เพราะเป็นสถานที่ที่เป็นแนวความคิดแบบ บ้าน+น้ำ ที่สร้างขึ้นเพื่อครอบครัวที่ชื่นชอบการใช้ชีวิตอยู่กับน้ำ ด้วยการสร้างความเชื่อมโยงระหว่าง งาน+ความชอบ+การผักผ่อน+การฝึก+การสอน+ธรรมชาติ ด้วยการยกพื้นที่สำหรับดำน้ำมาไว้ในตัวบ้าน เพื่อให้คนที่รักการดำน้ำมาทำกิจกรรมกัน ทั้งการฝึกซ้อม การเรียนการสอน ทบทวนการดำน้ำ รวมถึงโชว์รูมจำหน่ายอุปกรณ์ดำน้ำ ภายในตัวบ้านชั้นล่าง ส่วนชั้นบนคือพื้นที่ส่วนตัวที่เป็นเหมือนบ้านของเจ้าของที่อาศัยอยู่บนห้วงน้ำ
/
ในตอนนี้เราขอนำเสนอผลงานออกแบบบ้านอันโดดเด่นอีกครั้ง ของสถาปนิกสัญชาติไทยอย่าง NTHAA กับผลงานออกแบบบ้านที่แฝงตัวแนบเนียนกับธรรมชาติอย่าง “บ้านฤดูฝน” วิลล่าพักตากอากาศ ในพื้นที่เขตบ้านยางปู่โต๊ะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ในขนาดพื้นที่ใช้สอย 142 ตารางเมตร ที่ออกแบบสำหรับการเข้าพักทุกช่วงฤดู เพื่อให้ผู้พักอาศัยได้สัมผัสกับประสบการณ์ของ “ฤดูแห่งการฟื้นฟูทางธรรมชาติและสุนทรียแห่งฝน” โดย เบล ณัฐพัชร์ ธนปุณยนันท์ หนึ่งในสถาปนิกผู้ออกแบบบ้านจากสตูดิโอสถาปัตยกรรม NTHAA กล่าวถึงความเป็นมาของบ้านหลังนี้ว่า
We use cookies, localStorage and other technologies (collectively, "cookies") to recognise your browser or device, learn more about your interests, and provide you with essential features and services and for additional purposes. ( see details )












