LOOKING ON EVERYTHING ?
EXPLORE ON EVERYTHING

สถาปนิกสงฆ์ผู้อยู่เบื้องหลังแนวคิดอาคารรัตนวิหารแห่งนิวคาสเซิล และสถาปัตยกรรมร่วมสมัยของวัดพระธรรมกาย
ศาสนาและวัฒนธรรม ในหลากพื้นถิ่นมักถูกรวมเป็นหนึ่งเดียว ทว่าก่อนการหลอมรวมสู่แต่ละวัฒนธรรม แท้จริงแล้วแก่นของศาสนาคือความเป็นกลางที่สามารถอยู่ได้ในทุกที่เเละยุคสมัย
ในช่วงเดือนที่ผ่านมาเกิดแรงกระเพื่อมทางความคิดทั้งในวงการสถาปัตยกรรมและพระพุทธศาสนา เนื่องจากภาพจำลองอาคารร่วมสมัยตั้งอยู่กลางบริบทโบสถ์หินแบบอังกฤษสร้างความรู้สึกแตกต่าง โดดเด่น ในขณะเดียวกันกลับดูกลมกลืน เมื่อชื่อของ “อาคารรัตนวิหาร พระมงคลเทพมุนีฯ” หรือ “วิหารหลวงปู่ วัดปากน้ำ” วัดพระธรรมกายนิวคาสเซิล บ่งบอกถึงลักษณะโปรแกรมได้เผยถึงที่มาของสถานที่ยิ่งดึงดูดความสนใจพื้นที่ในโซเชียลทั้ง 2 วงการ ได้ระยะเวลาหนึ่ง
ทางทีมงานได้ติดต่อสัมภาษณ์ พระสมุห์พิชิต ฐิตชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายนิวคาสเซิล และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังแนวคิดของการสร้างศาสนสถาน เราพบว่า “วิหารหลวงปู่ นิวคาสเซิล” กลับเป็นเพียงหนึ่งในจำนวนหลายงานของท่านที่สะท้อนความคิดเบื้องหลังการตีความธรรมะเชื่อมแก่นของ “ศาสนา” และ “สถาปัตยกรรม” อย่างไม่เจือปนที่สุดงานหนึ่งตั้งแต่แรกเริ่มมาจนถึงปัจจุบัน


พระสมุห์พิชิต ฐิตชโย เข้าสู่เพศบรรพชิตที่วัดพระธรรมกายตั้งแต่จบการศึกษาจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ท่านเป็นภิกษุรูปหนึ่งที่เอาความรู้ศักยภาพทางโลกมาใช้
ต่อยอดในงานพุทธศาสนา
แนวคิดของพระสมุห์พิชิตมีส่วนผลักดันให้โครงการ และศาสนสถานของวัดพระธรรมกายหลายๆ แห่ง มีรูปลักษณ์แปลกตา แตกต่างจากวัดพุทธในจารีตประเพณีไทย ซึ่งมีองค์ประกอบของพุทธศิลป์ลายไทยแสดงรากทางวัฒนธรรมเช่นวัดพุทธไทยทั่วไป สร้างการเปลี่ยนแปลงสถาปัตยกรรมภายในวัดมาจนถึงปัจจุบัน
จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงสถาปัตยกรรมร่วมสมัยภายในวัด
การเดินระหว่างสองบทบาทของสถาปนิกและพระสงฆ์ของพระสมุห์พิชิตเริ่มมาตั้งแต่ช่วงจำพรรษาที่ 2 ด้วยการสนับสนุนจาก พระไชยบูลย์ ธมฺมชโย เจ้าอาวาสของวัด ณ ขณะนั้น เมื่อท่านดำรงตำแหน่งเลขานุการของ พระทตฺตชีโว อดีตรองเจ้าอาวาสของวัด และทำหน้าที่สถาปนิกออกแบบควบคุมการก่อสร้างโครงการต่างๆ โดยมีผลงานพิสูจน์ความสามารถชิ้นแรกของพระสมุห์พิชิตคือกุฏิของท่านรองเจ้าอาวาส ซึ่งมีความเรียบง่าย สมดุล สมมาตร ลดทอนการต่อเติม เป็นกุฏิพระแบบมินิมอล แตกต่างจากรูปแบบกุฏิพระแบบเดิม
สิ่งที่เป็นจุดสำคัญที่ทำให้ศาสนสถานในวัดพระธรรมกายเข้าสู่ยุคปฏิวัติสถาปัตยกรรมในมุมมองของพระสมุห์พิชิตคือวิสัยทัศน์ที่เปิดกว้างของเจ้าอาวาสวัดธรรมกายในอดีต ซึ่งไม่ยึดติดกับจารีตประเพณีด้วยปัจจัยของ “สังคม เศรษฐกิจ การเมือง การปกครอง” ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ “ศาสนา” จึงควรปรับตัวไปตามวิวัฒนาการของโลก
- พระสมุห์พิชิต-


โครงการในยุคแรกที่พระสมุห์พิชิตได้เข้ามามีส่วนร่วมล้วนมีขนาดเมกะโปรเจกท์ เน้นการออกแบบสถาปัตยกรรมที่เรียบง่ายเพื่อเน้นตอบโจทย์การใช้งาน และมีระบบสิ่งอำนวยความสะดวกที่รองรับ การใช้งานปริมาณมหาศาล โดยลดองค์ประกอบการแสดงออกทางรากวัฒนธรรมให้ดูร่วมสมัยขึ้น ถือเป็นบทบาทสำคัญของท่านจากสถานะบัณฑิตสำเร็จการศึกษาใหม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในโครงการเมกะสเกลที่มีพื้นที่ใช้สอยเกิน 1,000,000 ตร.ม. รวมทั้งเป็นก้าวกระโดดของความรับผิดชอบในการกำหนดผังรวมวัดพระธรรมกายบนพื้นที่ 2,000 ไร่ โดยขณะนั้นวัดกำลังมีโครงการอยู่ในระหว่างก่อสร้าง “มหาธรรมกายเจดีย์” และการออกแบบ “ลานธรรม” พร้อมกัน โดยมีอาคาร “มหารัตนวิหารคต” ตั้งล้อมรอบแกนหลักของโครงการ เพื่อรองรับการใช้งานของสาธุชนจำนวนหลักแสนถึงล้านได้ตั้งแต่การเดินทางเข้ามา ตักบาตร นั่งสมาธิ รับประทานอาหาร เข้าห้องน้ำ ให้เกิดขึ้นพร้อมๆ กัน อันเป็นการใช้งานแตกต่างสุดขั้วกับสัดส่วนปกติ

“มหารัตนวิหารคด” อาคารรองรับพื้นที่การใช้งานกว่าล้านตารางเมตรซึ่งยังคงความเรียบง่าย สมมาตร สมดุล ล้อมรอบ “มหาธรรมกายเจดีย์” และ “ลานธรรม”



“หอฉันคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง” หอฉันที่สามารถรองรับการใช้งานของสงฆ์ และสาธุชนได้มากกว่าหกพันคน มีความแข็งด้วยวิธีการปูพรมกดเข็มกว่าพันต้นเพื่อให้ได้โครงสร้างที่แข็งแรงและเสร็จสมบูรณ์ทันตอบกรอบเวลาและการใช้งาน
โครงการที่ท้าทายการทำงานอีกชิ้นของพระสมุห์พิชิตมากที่สุดคืออาคาร “หอฉันคุณยาย” ที่พระสมุห์พิชิตต้องทำหน้าที่เป็นทั้งผู้จัดการโครงการที่ออกแบบงาน ควบคุมการก่อสร้าง ควบคุมงบประมาณ จัดซื้อจัดจ้าง และเป็น Consultant ควบหลายตำแหน่ง ในขณะที่ต้องเผชิญข้อจำกัดเรื่องกรอบของเวลา ความซ้อนทับของ Concept และพื้นที่การใช้งานประมาณ 10,000 ตร.ม. ระหว่างวิหารน้อยที่ใช้สลายร่างคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ที่ยกขึ้นสูงและมีน้ำตกไหลลงมา โจทย์จึงตกมาที่การเลือกใช้วัสดุ การจัดการเพื่อให้ทุกอย่างเสร็จสิ้นตามกำหนดภายในหนึ่งปี การออกแบบและการก่อสร้างจึงดำเนินไปพร้อมกันด้วยการปูพรมกดเข็มกว่า 1,000 ต้นให้มีความแข็งแรงพร้อมรับโครงสร้างในขณะที่แบบยังไม่สมบรูณ์ ตามคำแนะนำของพระร่วมทีมที่มีประสบการณ์การก่อสร้างสายอาชีพมาหลากหลายโครงการ


บทบาทของพระสมุห์พิชิตถูกเปลี่ยนสถานะออกไปหลากหลายเมื่อได้เข้ามาเป็นสถาปนิกในโครงการต่างๆ ของวัด จากผู้ออกแบบเป็นหัวหน้าทีมผู้ควบคุมการออกแบบ หรือ Design Director ซึ่งเป็นทั้งเจ้าของงานและผู้ใช้งาน โดยท่านทำหน้าที่รับโจทย์จากหลวงพ่อในวัดมาตีโจทย์ กำหนดกรอบทิศทางก่อนสื่อสารต่อกับบริษัทออกแบบให้เข้าใจการใช้งานที่แตกต่างจากฆราวาส และเพื่อให้โครงการเป็นไปตามวิสัยทัศน์ของวัด จนเมื่อโครงการในไทยถึงจุดอิ่มตัว ท่านจึงได้รับความไว้วางใจให้ไปดำเนินการช่วยสร้างวัดพระธรรมกายในต่างประเทศต่อ

สถาปนิกสงฆ์ในต่างแดน
ก่อนถูกแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาส พระสมุห์พิชิตเดินทางไปดำเนินการช่วยสร้างวัดพระธรรมกายศูนย์สาขาในประเทศต่างๆ ทั้งอังกฤษ สวิสเซอร์แลนด์ เยอรมัน เดนมาร์ก นอร์เวย์ ฝรั่งเศส อเมริกา ญี่ปุ่น เพื่อปรับปรุงทั้งสถาปัตยกรรม และสถาปัตยกรรมภายในของวัดร่วม 30 กว่าแห่ง สิ่งที่ท่านได้เรียนรู้จากการทำงานหลากประเทศโดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้วต่างมีหลักกระบวนการการดำเนินงานที่ไม่ต่างกัน โดยต้องเริ่มจากกฎหมายของแต่ละท้องถิ่น ดำเนินการตามกระบวนการที่ระบุเอาไว้ในเอกสาร จึงสามารถทำเรื่องขอแบบอนุญาต แล้วสามารถมาลงรายละเอียดของการออกแบบ และระบบก่อนการเริ่มประเมิณมูลค่าการก่อสร้างให้เสร็จในภายหลัง
โจทย์การสร้างวัดพระธรรมกายในต่างประเทศนั้นต้องสร้างไปและเผยแพร่ศาสนาได้เลย เมื่อการก่อสร้างอาคารตั้งแต่ลงฐานรากในต่างประเทศใช้เวลาดำเนินการขอแบบอนุญาตนานนับ 5 ปีขึ้นไปและใช้งบประมาณสูง อาคารที่มีโครงสร้างจากการใช้งานของโปรแกรมเดิมมาเช่น โบสถ์ บ้าน หรือร้านอาหาร จึงถูกซื้อนำมาปรับปรุงเพื่อดำเนินการทางภารกิจที่ตอบโจทย์มากกว่า การต่อเติมอาคารอนุรักษ์เก่าในต่างประเทศจากคำปรึกษาของเจ้าหน้าที่กรมศิลป์ (Conservation Officer) มีอยู่ 2 วิธี คือ
1. Copy หรือการเลียนแบบทั้งวิธีการออกแบบ วิธีการก่อสร้างและเลือกใช้วัสดุแบบเดียวกับอาคารเดิมซึ่งใช้งบประมาณจำนวนมากรวมทั้งอาศัยเวลานาน
2. Contrast หรือการสร้างให้แตกต่างแต่กลมกลืน (Compromise and Unity) โดยสร้างให้ต่อเนื่องไปกับอาคารเดิม
พระสมุห์พิชิตถูกแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสครั้งแรกที่วัดพระธรรมกายนิวคาสเซิล นับตั้งแต่วัดเป็นอาคารอนุรักษ์ “โบสถ์เซนต์แอนดรูว์” (St. Andrew Church) ที่ตั้งของวัดในปัจจุบันซึ่งไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใด จนดำเนินการบูรณะเสร็จ และรับผิดชอบดูแลมาจนถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลาเกือบ 8 ปี เป้าหมายของวัดพระธรรมกายนิวคาสเซิลที่พระทตฺตชีโวได้ฝากฝังไว้กับพระสมุห์พิชิตนั้น เพื่อพัฒนาวัดให้เป็นต้นแบบของสถาปัตยกรรมของศูนย์สาขาวัดพระธรรมกายทั่วโลก
การใช้งานของอาคารวิหารหลวงปู่มีทั้งหมด 2 ชั้น ด้านล่างของอาคารเป็นพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ และด้านบนเป็นพื้นที่สักการะ การอธิบายของวิธีชีวิตแบบสงฆ์ให้นักออกแบบในพื้นที่เข้าใจเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก การทำงานกับสถาปนิกของโครงการนี้จึงแบ่งให้ผู้ออกแบบที่เคยทำงานร่วมกันมาอย่างบริษัท Plan Architect แล้วมอบให้สถาปนิกท้องถิ่นช่วยประสานงานยื่นขออนุญาตก่อสร้าง
เนื่องจากวัดพระธรรมกายนิวคาสเซิลมีตัวโบสถ์เก่าที่บูรณะใช้เป็นวัดแล้วเป็นอาคารหลัก และอยู่อาศัยเป็นเจ้าของมาระยะเวลาหนึ่ง ประกอบกับอาคารวิหารหลวงปู่ นิวคาสเซิล เป็นอาคารขออนุญาตต่อเติมเพิ่มจากอาคารอเนกประสงค์ในบริเวณอาณาเขตพื้นที่ของวัด ดังนั้นระยะการดำเนินขอแบบอนุญาตจึงไม่นานเท่าระหว่างสถานะการเป็นเจ้าของในช่วงแรก
หากมองเรื่องทิศทางงานสถาปัตยกรรมเพื่อพุทธศาสนาของพระสมุห์พิชิต ตั้งแต่โครงการแรกจนถึงปัจจุบันเกิดจากการตีความธรรมะจากต้นแบบของหลวงพ่อวัดปากน้ำออกมา 3 สิ่ง ความบริสุทธิ์ (Pure) สว่าง (Bright) และใส (Transparency) จึงเป็นที่มาของรูปทรงที่เรียบง่าย ใส มองทะลุ เข้าถึงง่าย แนวคิดของ Concept ที่มาของอาคารวิหารหลวงปู่ที่นิวคาสเซิลไม่แตกต่างจากวัดพระธรรมกายในไทยซึ่งมีความร่วมสมัยมากนัก การสร้างสถาปัตยกรรมต่อเติมจากโบสถ์เก่าให้ออกมาแตกต่างแต่สามารถกลมกลืนกับพื้นที่ได้ดีด้วยการใช้กระจก ประกอบกับสภาพภูมิอากาศที่ต้องการแสงและแดดจากดวงอาทิตย์ วัสดุ ความโปร่งใส และการใช้งานได้ตอบโจทย์การต่อเติมโครงการในครั้งนี้
Plan ชั้น 1 และ 2 ของอาคาร “รัตนวิหารหลวงปู่ วัดพระธรรมกายนิวคาสเซิล” ด้านล่างของอาคารเป็นพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ และด้านบนเป็นพื้นที่สักการะ ออกแบบโดยบริษัท Plan Architect

Section อาคารรัตนวิหารหลวงปู่ วัดพระธรรมกายนิวคาสเซิล ออกแบบโดยบริษัท Plan Architect
สถาปัตยกรรมของวัดพระธรรมกายในอนาคตจะถูกปรับเปลี่ยนไปตามปัจจัยเพื่อปรับให้เข้ากับทุกยุคสมัย แม้เข้าถึงปัจจัยของโลกหากขาดวิสัยทัศน์ มุมมองการตีความเข้าใจร่วมกับทางปฏิบัติซึ่งมีความกระจ่างในทางธรรม เจนจัดด้านสถาปัตยกรรม และการตีความสื่อสารพระพุทธศาสนาออกมาเป็นรูปธรรมแล้ว สถาปัตยกรรมของวัดพระธรรมกายอาจดำเนินมาไม่ถึงจุดนี้ ในโลกพระภิกษุสงฆ์ใช้ธรรมะเผยแพร่หลักคำสอน แต่สถาปนิกสงฆ์อย่างพระสมุห์พิชิตได้ใช้สถาปัตยกรรมและธรรมะในการเผยแพร่พุทธศาสนาด้านที่บริสุทธิ์ เรียบง่าย เข้าถึงง่าย และร่วมสมัย อยู่ร่วมได้ในทุกที่แม้แปลกแยกแต่กลมกลืนได้ในทุกบริบท
พระสมุห์พิชิต ฐิตชโย สถาปนิกในสถานะสงฆ์
/
ในตอนนี้เราขอเปลี่ยนบรรยากาศจากงานออกแบบสถาปัตยกรรมที่อยู่อาศัย หรือบ้าน มาเป็นงานออกแบบภายในร้านค้ากันบ้าง โดยในคราวนี้เป็นคิวของร้านค้าปลีกสินค้าแฟชั่นแบรนด์ใหม่อย่าง Zanpu ที่หยิบเอาชิ้นส่วนของผ้าเหลือใช้จากกระบวนการตัดเย็บของแบรนด์แฟชั่นจากญี่ปุ่นอย่าง YaccoMaricard ให้กลายเป็นงานแฟชั่นอันยั่งยืนเปี่ยมคุณภาพ
/
ในตอนนี้เราขอนำเสนอผลงานออกแบบบ้านอันโดดเด่นอีกครั้ง ในคราวนี้เป็นบ้านในเมือง ที่มีพื้นที่ขนาดเหมาะสมกับพื้นที่ใช้สอย สัดส่วนพอดีสำหรับการอยู่อาศัยของคุณพ่อ คุณแม่ และสมาชิกตัวน้อย ความพิเศษของบ้านหลังนี้คือการเป็นบ้านของครอบครัวขยาย ที่เชื่อมโยงระหว่างบ้านหลังใหม่ กับบ้านเดิมของคุณปู่ คุณย่า ผู้เป็นบิดามารดาของเจ้าของบ้านหลังใหม่นั่นเอง
/
ในตอนนี้เราขอนำเสนอผลงานออกแบบบ้านอันโดดเด่นอีกครั้ง แต่ที่น่าสนใจก็คือ บ้านหลังนี้ไม่ใช่แค่ บ้านที่โดดเด่นแค่เพียงฟังก์ชันในการอยู่อาศัย หรือมีดีไซน์โดดเด้งเตะตาผู้คนแต่เพียงเท่านั้น แต่ดีไซน์ของบ้านหลังนี้แฝงความหมายอันลึกซึ้งในการเป็นอนุสรณ์สถานของเจ้าของ ดังชื่อของบ้านอย่าง Lucent House ที่เปรียบเสมือนสถานที่ ที่แสงแห่งตัวตน ความรัก ความทรงจำที่มีต่อเจ้าของบ้านยัง คงสาดส่องต่อไป แม้ในวันสุดท้ายที่ทุกคนต้องพบเจอ เพราะ “แสง” ไม่เคยหายไป บ้านแห่งนี้จึงเป็นสัญลักษณ์ของการดำรงอยู่บนเส้นทางที่ไม่สิ้นสุด บ้านหลังนี้เป็นผลงานการออกแบบของบริษัทสถาปนิก CORE cluster บริษัทลูกในเครือ A A D design (Ayutt and Associates design) ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบสถาปัตยกรรม การตกแต่ง ภายใน และภูมิสถาปัตยกรรม ด้วยการผสานทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ จนกลายเป็น แนวคิดที่สมบูรณ์ ตอบสนองความต้องการด้านการใช้งานของผู้อยู่อาศัยได้อย่างลงตัว ภายใต้ ปรัชญาที่ว่า “สถาปัตยกรรมที่ดีจะนำมาซึ่งความสุขและความพึงพอใจแก่ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์กับพื้นที่” โดย อาร์ต อยุทธ์ มหาโสม หัวเรือใหญ่ของเครือ A A D design
/
ซอยพระรามเก้า 43 แยก 9 บ้านหมายเลข 6 คือที่มาของชื่อโปรเจกต์ “4396 Residence” บ้านพักส่วนตัวสูง 3 ชั้น ที่ตั้งอยู่บนที่ดินขนาด 63 ตารางวา ผลงานการออกแบบของ FLAT12X สตูดิโอออกแบบสถาปัตยกรรมและตกแต่งภายใน ที่หยิบเอาแนวคิดการจัดวางผังแบบซ้อนแนวตั้ง (Vertical Stacking) มาใช้งานเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอย ผสานกับการจัดวางผังภายในที่เรียบง่าย เพื่อความสะดวกและปลอดภัยของเจ้าของบ้านผู้สูงวัย ภายนอกโดดเด่นด้วยความสวยงามของระเบียงยื่นคอนกรีตที่ตัดกับการปลูกต้นไม้แบบธรรมชาติในรูปแบบ Imperfect Perfection จากการยื่นสลับกันในแต่ละชั้น นี่จึงช่วยเติมเต็มเอกลักษณ์ให้กับ 4396 Residence ให้แตกต่างจากบริบทอาคารแวดล้อม
/
หลังจากประกาศผลผู้ชนะรางวัล TOSTEM ASIA DESIGN AWARD 2025 (TADA) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาจัดทริปพิเศษพา 10 กลุ่มสถาปนิกนานาประเทศในเอเชียที่ได้รับรางวัลในปีนี้ เดินทางสู่โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ร่วมสัมผัสหลากประสบการณ์ ทั้งการท่องเที่ยว, การเชื่อม Networking, การเปิดแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ด้านการออกแบบผ่านสถานที่ต่าง ๆ จนถึงการแลกเปลี่ยนมุมมอง ความรู้ และวัฒนธรรมด้านการออกแบบระหว่างสถาปนิกแต่ละประเทศ ทำให้ทริป 4 วัน 3 คืนครบทุกความประทับใจ
By TOSTEM/
ในตอนนี้เราขอนำเสนอผลงานออกแบบบ้านอันโดดเด่นอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้ความน่าสนใจอยู่ตรงที่การเป็นที่อยู่อาศัยของคนสองรุ่น ที่แบ่งพื้นที่ของบ้านร่วมกัน รวมถึงผสานการอยู่อาศัยใช้ชีวิตในบ้านเข้ากับการทำงานในพื้นที่เชิงพาณิชย์ได้อย่างลงตัว บ้านหลังนี้เป็นผลงานการออกแบบของบริษัทสถาปนิก A A D design (Ayutt and Associates design) ที่ประสบความสำเร็จในงานสถาปัตยกรรมหลากหลายโครงการอันเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และบูรณาการทางการออกแบบ อาร์ต อยุทธ์ มหาโสม ผู้ก่อตั้งและเจ้าของบริษัทสถาปนิก A A D design กล่าวถึงที่ความเป็นมาเป็นไปของบ้านหลังนี้ว่า
We use cookies, localStorage and other technologies (collectively, "cookies") to recognise your browser or device, learn more about your interests, and provide you with essential features and services and for additional purposes. ( see details )







