LOOKING ON EVERYTHING ?
EXPLORE ON EVERYTHING
SOS Pavilion ความหมายใหม่ของ “พื้นที่สาธารณะ” บนลานท่าแพที่สะท้อนให้คิดถึงความหลากหลาย ความมีชีวิตชีวาของผู้คนในเมือง
Photographer: ธเนศร์ แก้วดวงดี



ที่เชียงใหม่ในช่วงวันที่ 8-16 ธันวาคม ที่ผ่านมา ความหมายของ “พื้นที่สาธารณะ” ของเมืองเชียงใหม่ได้ถูกท้าทายให้คิดอีกครั้งหนึ่งผ่านงานศิลปะจัดวาง (Art Installation) ที่ชื่อว่า SOS Pavilion เป็นส่วนหนึ่งของงานเทศกาลออกแบบเชียงใหม่ 2561 (Chiang Mai Design Week 2018) ที่ตั้งอยู่บนลานท่าแพ พื้นที่ของลานท่าแพนี่แหละ ที่ถือว่าเป็นพื้นที่สาธารณะที่สำคัญของเมืองเชียงใหม่ ที่ไม่ใช่สวนสาธารณะ และไม่ใช่ลานที่เกิดขึ้นจากการลงทุนของเอกชนหรือเป็นส่วนหนึ่งของลานหน้าห้างสรรพสินค้า เป็นพื้นที่สาธารณะของเมืองที่เกิดขึ้นจากประวัติศาสตร์อันยาวนานของการแลกเปลี่ยนสินค้าบริเวณประตูท่าแพ และสืบเนื่องมายังความเจริญของย่านการค้าบนถนนท่าแพ ถนนที่เชื่อมโยงระหว่างเมืองชั้นในของเชียงใหม่กับแม่น้ำปิง แม่น้ำสายหลักของเมือง



SOS Pavilion เกิดจากความร่วมมือระหว่างนักออกแบบและศิลปินอิสระ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ เชียงใหม่ และบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ จีซี ทำหน้าที่ในเชิงสัญลักษณ์ที่ต้องการแสดงให้เห็นถึงการรักษาสิ่งแวดล้อม เป็นแนวคิดที่พยายามส่งสัญญาณขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายเพื่อช่วยกันแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยอาศัยวัตถุเพื่อความยั่งยืนสำหรับอนาคต ไม่ว่าจะเป็นวัสดุจากธรรมชาติและวัสดุที่เกิดขึ้นจากงานอุตสาหกรรม เช่น ไม้ไผ่และพลาสติกรีไซเคิล ส่วนการจัดวางนั้นมีแนวคิดหลักในการจำลองความเป็นเมืองเชียงใหม่ลงมายังพื้นที่สาธารณะแห่งนี้ มีสามองค์ประกอบหลัก (1) ฉากลวดลายฉลุที่ผลิตจากเม็ดพลาสติกรีไซเคิลที่เปรียบเสมือนกำแพงเมืองเชียงใหม่ (2) หลังคาไม้ไผ่เกิดขึ้นจากแรงบันดาลใจมาจากเส้นขอบฟ้าและดอยสุเทพ และ (3) สวนไม้ดอกไม้ประทับและที่นั่งที่กระจายอยู่ตามจุดต่างๆ เสมือนเป็นเกาะแก่งในแม่น้ำปิงที่ไหลคดเคี้ยวยามเมื่อไหลผ่านเมืองเชียงใหม่




แม้ว่าจุดประสงค์หลักของ SOS Pavilion นี้ตอบสนองโดยตรงต่อจุดยืนของผู้ให้การสนับสนุนหลัก (PTT GC) แต่ทว่ามันกำลังทำหน้าที่ในการสร้างและผสานความมีชีวิตชีวาของผู้คนให้ค่อยๆ ขยับเข้าหากันอย่างมีชั้นเชิง ผู้คนได้เข้าไปนั่งเล่นใต้หลังคาไม้ไผ่ได้พบกับพื้นที่สาธารณะที่สงบ ตัดเสียงอึกทึกครึกโครมและเสียงรถที่วิ่งไปมาด้านนอก ได้ความร่มเย็นและลมพัดเอื้อยๆ แม้ในยามกลางวันอันร้อนระอุ ได้ขยับเข้ามาในระยะห่างของผู้คนที่เป็นมิตรและเชื้อเชิญ โดยเฉพาะเมื่อยามค่ำคืนที่มีการออกแบบแสงไฟ และออกแบบพื้นที่สำหรับการเล่นดนตรี ผู้คนนั่งล้อมวงฟังดนตรี บ้างอมยิ้ม บ้างลุกขึ้นมาเต้นตามจังหวะดนตรี SOS Pavilion ค่อยๆ เปิดเผยตัวมันออกให้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่สาธารณะที่ถูกออกแบบมาให้กระตุ้นการเข้ามาใช้พื้นที่ ให้เกิดความมีชีวิตชีวาในเมือง
SOS Pavilion อำนวยการโดย สำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) และ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ เชียงใหม่ SOS Pavilion นี้ได้รับการสนับสนุนหลักจาก บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ในส่วนทีมออกแบบประกอบด้วย กานต์ คำแก้ว, ธนพัฒน์ บุญสนาน (บริษัท ธ.ไก่ชน), หม่อมหลวง ปรเมศ วรวรรณ (บริษัท คิดดี จำกัด), นนท์นภัส นนทมาลย์, ปิยกานต์ กัณธิยะ (หจก.2929ดีไซน์แล็บ), ศุภโชค ศรีสง่า (บริษัท Lexscape จำกัด), โดยมี สันต์ สุวัจฉราภินันท์ เป็น ผู้ประสานงานโครงการ

Owner : สำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) และ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ เชียงใหม่
Sponsor: บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)
Architect: กานต์ คำแก้ว, ธนพัฒน์ บุญสนาน (บริษัท ธ.ไก่ชน), หม่อมหลวง ปรเมศ วรวรรณ (บริษัท คิดดี จำกัด), นนท์นภัส นนทมาลย์, ปิยกานต์ กัณธิยะ (หจก.2929ดีไซน์แล็บ), ศุภโชค ศรีสง่า (บริษัท Lexscape จำกัด)
Project Coordinator : สันต์ สุวัจฉราภินันท์
Area: 255.68 ตารางเมตร
Project Location: Thapae, Chiang Mai
Photographer: ธเนศร์ แก้วดวงดี
Public Space of SOS Pavilion at Chiang Mai
/
รูปธรรมของผลงานวิจัยซึ่งประยุกต์ลักษณะของโครงสร้างตามความเป็นจริง เทคนิคและวิธีการสร้างที่ถอดแบบมาจากบ้านของคนและบ้านของช้างตามสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นในชุมชนชาวกูย เพื่อตอบประเด็นคำถาม “How will we live together?” เราจะอยู่ร่วมกันอย่างไร? เกิดเป็นบทสนทนาผ่านภาษาทางสถาปัตยกรรม “บ้านคนบ้านช้าง” ใน Thai Pavilion ของงานนิทรรศการสถาปัตยกรรมนานาชาติครั้งที่ 17 หรือ Biennale Architettura 2021 ที่เมืองเวนิส
/
จากโลกยานยนต์สู่แวดวงการออกแบบที่อยู่อาศัย MINI รถยนต์สัญชาติอังกฤษ ซึ่งเติบโตมากับแนวคิด Creative Use of Space ได้พกพาแนวคิดเรื่องการใช้พื้นที่ เล็กๆ ให้เกิดประโยชน์
/
สถาปัตยกรรมที่รับรู้ได้ด้วยประสบการณ์ของผู้ใช้งานในนิยามของคำว่า “Surreal Experience” ให้คนสนุกไปกับการตีความและคิดต่อ
/
ในตอนนี้เราขอเปลี่ยนบรรยากาศจากงานออกแบบสถาปัตยกรรมที่อยู่อาศัย หรือบ้าน มาเป็นงานออกแบบภายในร้านค้ากันบ้าง โดยในคราวนี้เป็นคิวของร้านค้าปลีกสินค้าแฟชั่นแบรนด์ใหม่อย่าง Zanpu ที่หยิบเอาชิ้นส่วนของผ้าเหลือใช้จากกระบวนการตัดเย็บของแบรนด์แฟชั่นจากญี่ปุ่นอย่าง YaccoMaricard ให้กลายเป็นงานแฟชั่นอันยั่งยืนเปี่ยมคุณภาพ
/
ในตอนนี้เราขอนำเสนอผลงานออกแบบบ้านอันโดดเด่นอีกครั้ง ในคราวนี้เป็นบ้านในเมือง ที่มีพื้นที่ขนาดเหมาะสมกับพื้นที่ใช้สอย สัดส่วนพอดีสำหรับการอยู่อาศัยของคุณพ่อ คุณแม่ และสมาชิกตัวน้อย ความพิเศษของบ้านหลังนี้คือการเป็นบ้านของครอบครัวขยาย ที่เชื่อมโยงระหว่างบ้านหลังใหม่ กับบ้านเดิมของคุณปู่ คุณย่า ผู้เป็นบิดามารดาของเจ้าของบ้านหลังใหม่นั่นเอง
/
ในตอนนี้เราขอนำเสนอผลงานออกแบบบ้านอันโดดเด่นอีกครั้ง แต่ที่น่าสนใจก็คือ บ้านหลังนี้ไม่ใช่แค่ บ้านที่โดดเด่นแค่เพียงฟังก์ชันในการอยู่อาศัย หรือมีดีไซน์โดดเด้งเตะตาผู้คนแต่เพียงเท่านั้น แต่ดีไซน์ของบ้านหลังนี้แฝงความหมายอันลึกซึ้งในการเป็นอนุสรณ์สถานของเจ้าของ ดังชื่อของบ้านอย่าง Lucent House ที่เปรียบเสมือนสถานที่ ที่แสงแห่งตัวตน ความรัก ความทรงจำที่มีต่อเจ้าของบ้านยัง คงสาดส่องต่อไป แม้ในวันสุดท้ายที่ทุกคนต้องพบเจอ เพราะ “แสง” ไม่เคยหายไป บ้านแห่งนี้จึงเป็นสัญลักษณ์ของการดำรงอยู่บนเส้นทางที่ไม่สิ้นสุด บ้านหลังนี้เป็นผลงานการออกแบบของบริษัทสถาปนิก CORE cluster บริษัทลูกในเครือ A A D design (Ayutt and Associates design) ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบสถาปัตยกรรม การตกแต่ง ภายใน และภูมิสถาปัตยกรรม ด้วยการผสานทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ จนกลายเป็น แนวคิดที่สมบูรณ์ ตอบสนองความต้องการด้านการใช้งานของผู้อยู่อาศัยได้อย่างลงตัว ภายใต้ ปรัชญาที่ว่า “สถาปัตยกรรมที่ดีจะนำมาซึ่งความสุขและความพึงพอใจแก่ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์กับพื้นที่” โดย อาร์ต อยุทธ์ มหาโสม หัวเรือใหญ่ของเครือ A A D design
We use cookies, localStorage and other technologies (collectively, "cookies") to recognise your browser or device, learn more about your interests, and provide you with essential features and services and for additional purposes. ( see details )





