LOOKING ON EVERYTHING ?
EXPLORE ON EVERYTHING

ขยะหรือของมีค่า? เป็นคำตอบที่ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน สำหรับ Wishulada หรือ เอ๋ – วิชชุลดา ปัณฑรานุวงศ์ วัสดุเหลือใช้เหล่านี้นับเป็นชิ้นส่วนสำคัญในการสร้างสรรค์งานศิลปะสื่อผสม ที่ชวนให้สังคมตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม เราเลยชวนเธอมานั่งสนทนาถึงผลงาน แรงบันดาลใจ และสารพัดปัญหาขยะเธอได้พบระหว่างเส้นทางการเป็นศิลปินและวิทยากรตลอดระยะกว่า 8 ปีที่ผ่านมา

ศิลปะสื่อผสมกับวัสดุเหลือใช้มาเจอกันได้อย่างไร
ตอนอยู่มหาวิทยาลัย เอ๋เรียนจิตรกรรม แต่ดันไม่ชอบงานเพ้นท์ค่ะ ก็เลยตัดสินใจไปสนุกกับเรื่องวัสดุแทน เพราะเอ๋ชอบไปเดินห้างที่ขายวัสดุต่างๆ พอเห็นแล้วก็จินตนการไปว่ามันเป็นเหมือนชิ้นส่วนหรือเป็นองค์ประกอบสำหรับสัตว์ประหลาดในจิตนาการ ส่วนเรื่องวัสดุเหลือใช้ เอ๋เห็นพ่อแม่คัดแยกขยะมาตั้งแต่เด็กๆ พวกท่านจะนำของบางอย่างมาใช้งานใหม่ เพราะมันมีมูลค่า น่าเสียดายที่จะต้องทิ้งมันไป เอ๋เลยได้ซึบซับเรื่องนี้มาบ้างค่ะ
พอถึงเวลาต้องทำทีสิส เอ๋เลยอยากเอาวัสดุเหลือใช้มาประดิษฐ์ให้เป็นงานศิลปะ ตอนแรกเอ๋ยังไม่ได้อินเรื่องสิ่งแวดล้อมมากหรอกค่ะ แต่พอต้องหาข้อมูลมาทำรูปเล่ม เอ๋เลยได้เห็นปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้นมาตั้งแต่ตอนนั้น ซึ่งในยุคนั้นมันยังไม่มีแนวคิดหรือองค์ความรู้เรื่องนี้เลยค่ะ
เรียนจบแล้วทำไมยังทำงานศิลปะที่เกี่ยวกับของเหลือใช้ต่อ
ตอนแรกเองก็จะล้มเลิกแล้ว เพราะได้ยินคนรอบข้างพูดอยู่บ่อยๆ ว่า ‘อย่าไปเป็นศิลปินเลย มันไม่มั่นคง’ แต่ตอนนั้นได้รับการติดต่อจากทางคุณสมชัย ส่งวัฒนา เจ้าของแบรนด์ Fly Now ว่าเขาจะซื้องานเรา มันเป็นครั้งแรกเลยที่รู้สึกว่างานศิลปะจากขยะมันขายได้จริงๆ คุณสมชัยเข้ามาจุดประกายให้เราเห็นว่า ยังมีคนที่มองเห็นคุณค่า หลังจากนั้นเราเลยตัดสินใจว่าจะไปต่อบนเส้นทางนี้ให้ได้

เตรียมตัวเป็นศิลปินอย่างไรบ้าง
เอ๋มานั่งทบทวนเลยค่ะว่ามีอะไรที่ต้องพัฒนาบ้าง เอ๋ไปทำงานประจำเพื่อเรียนรู้ระบบการทำงาน ว่าเขาทำงานกันอย่างไร พยายามเปิดรับความรู้ข้อมูลแต่ละสายงาน เพื่อนำมาขมวดเป็นองค์ความรู้สำหรับศิลปิน เพราะเอ๋คิดว่าการเป็นศิลปินคุณต้องรู้เรื่องการตลาด งบการเงิน การจัดการ การพูดคุยติดต่อสื่อสารด้วย ไม่ใช่รู้แค่เรื่องศิลปะอย่างเดียวเท่านั้น


พูดถึงเรื่องผลงานศิลปะกันบ้าง Wishulada ได้แนวคิดหรือแรงบันดาลใจมาจากไหน
แนวคิดโดยภาพรวมมันคือเรื่องสิ่งแวดล้อมค่ะ แต่ละชิ้นจะมีความแตกต่างกันตรงการตีความว่าเราจะสื่อสารออกไปด้วยมุมมองไหน ซึ่งเอ๋ก็จะได้แรงบันดาลใจจากประสบการณ์ส่วนตัว หรือสิ่งที่ได้พบเจอจากการไปเป็นวิทยากร เอ๋จะแปลงสารเหล่านั้นมาเป็นงานศิลปะในรูปแบบที่หลากหลาย ทั้งเฟอร์นิเจอร์ กระเป๋า หรืองานอินสตอลเลชั่น เพราะเอ๋รู้สึกว่างานศิลปะไม่จำเป็นต้องอยู่แค่ในแกลเลอรี่ ต้องติดอยู่บนผนังสีขาวเท่านั้น งานศิลปะมันควรเป็นสิ่งที่ถือ หรือจับต้องได้ และถ้ามองในแง่ของธุรกิจ เอ๋อยากให้คนหลายกลุ่มเป้าหมายเข้าใจงานเราด้วย อย่าง งานชิ้นใหญ่ก็จะเป็นงานสำหรับสื่อสารกับคนเยอะๆ ส่วนงานชิ้นเล็ก มันก็จะเข้าถึงบุคคลทั่วไปได้ง่าย เขาสามารถเข้าไปใช้งาน เข้าไปมีแอคชั่นได้

นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้ผลงานชุดล่าสุดอย่าง INCARNATE ออกมาในเชิงแฟชั่นหรือเปล่า
ไม่รู้ว่าสามารถเรียกเป็นงานแฟชั่นได้ไหม แต่เอ๋อยากให้มันเป็นงานศิลปะที่อยู่บนตัวคน เพราะงานของ Wishulada มันอยู่กับที่มานานแล้ว เอ๋อยากให้มันเคลื่อนไหวบ้าง ก็เลยหยิบไปสวมอยู่บนตัวคน
แล้วผลงานชุดนี้ได้แรงบันดาลใจหรือกำลังเล่าเรื่องอะไร
มาจากตอนที่ไปเดินป่า ที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ค่ะ พอได้เห็นธรรมชาติแล้ว เอ๋สะเทือนใจอยู่อย่างหนึ่งว่าความสมบูรณ์ของธรรมชาติมันเริ่มลดลงแล้ว และทุกชีวิตมันเชื่อมโยงกันหมด ถ้าเราไปทำลายรังผึ้ง ผึ้งไม่มี มันก็จะไปกระทบหมี เพราะหมีไม่มีน้ำผึ้ง แล้วมันก็จะส่งผลต่อไปเรื่อยๆ ก็เลยเอามาทำงานศิลปะที่เล่าเรื่องว่า เมื่อสัตว์ไปกินขยะที่ทุกทิ้งไว้ในป่า ผิวหนังของสัตว์ก็เลยกลายเป็นขยะหรือวัสดุเหลือใช้ เมื่อคนรุกรานเข้าป่าไปฆ่าสัตว์ แล้วถลกเอาหนังออกมาประดับตามบ้าน ทำชุดหรือรองเท้า หนังของสัตว์พวกนั้นก็ไม่ได้เป็นหนังธรรมดาทั่วไป แต่เป็นหนังที่เต็มไปด้วยขยะทั้งนั้น ความจริงตั้งใจว่าจะให้ทุกคนได้ลองใส่ชุด เพื่อที่จะได้สัมผัสความร้อน ความหนักที่สัตว์รู้สึกเวลาเราไปรุกรานเขา แล้วพอเขาบริโภคขยะเอาไป เขารู้สึกอึดอัดรู้สึกแย่มากขนาดไหน แต่ว่าข้อจำกัดในงานตอนนั้นคือคนเยอะและมีเรื่องโรคระบาด เลยไม่สามารถใส่ได้ทุกคน


ทำงานกับของเหลือใช้ดูเหมือนง่าย ต้องพึ่งพาเรื่องดีไซน์มากน้อยแค่ไหน
พึ่งพาหมดเลยนะคะ เพราะวัสดุแต่ละประเภทมันมีความหลากหลาย อย่างการใช้ฝาขวดพลาสติก แค่เรื่องขนาดก็ไม่เท่ากันแล้ว ถ้าสังเกตดีๆ ก็จะมีรูปแบบหน้าตาที่ไม่เหมือนกันอีก ไหนจะเรื่องของสี มันต้องดีไซน์อยู่พอสมควรเลยค่ะ ว่าจะทำอย่างไรให้มันออกมากลมกลืน กลมกล่อม สวยงาม
ศิลปะจากขยะจำเป็นต้องสวย?
เอ๋อยากทำงานให้มันสวยและดูดี เพื่อทำให้คนรู้ว่าขยะพอมันถูกแปลงแล้ว มันก็ออกมาสวยได้ มีคนถามเหมือนกันว่าทำไมเอ๋ไม่เอาไปบดหรือไปหลอมทำเป็นงานดีไซน์เก๋ๆ ที่ดูไม่ออกว่าเป็นขยะ พาร์ทนั้นเอ๋ก็สนใจ แต่เราอยากให้คนเห็น เราอยากโชว์ไปเลยว่าทำมาจากฝาพลาสติกนะ ทำมาจากตาข่ายนะ เพราะคนจะได้รู้สึกว่ามันจับต้องได้ และเขาสามารถปรับเอาไปใช้กับของภายในบ้านเขาได้จริง อีกอย่างคือถ้าเราเอาไปแปรรูปมันก็จะกลายเป็นเรื่องที่ดูยุ่งยากด้วย เพราะต้องเสียเงินซื้อเครื่องจักรมาทำ ระดับประชาชนเท่าไหร่มันทำตามได้ยาก เอ๋คิดว่ามันไม่ใช่ ศิลปะมันต้องจับต้องได้ เลยเลือกทำออกมาในรูปแบบนี้

ใช้วัสดุหลากหลายมากๆ แต่ยังมีวัสดุแบบไหนอีกไหมที่ยังไม่ได้หยิบมาทำเป็นงานศิลปะ
พวกขยะอันตราย ขยะอิเล็กทรอนิกส์ค่ะ ความจริงเอ๋ชอบมากนะ อยากเอามาใช้ เพราะรูปทรงมันดีมากเลย แต่ในแง่ของการนำมาทำเป็นงานศิลปะแล้วยังมีเรื่องที่ต้องคำนึง เพราะขยะเหล่านี้มีสารปรอทอยู่จำนวนเยอะ ถึงจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่ถ้าสัมผัสบ่อยๆ มันมีโอกาสเป็นมะเร็งสูงมาก เว้นแต่ว่าจะถูกแยกส่วนประกอบมาแล้ว แต่มันก็ใช้ขั้นตอนยุ่งยากอยู่พอสมควรเลยค่ะ
ด้วยเหตุผลนี้เอ๋เลยฉุกคิดได้ว่า ผู้ผลิตมือถือเขาควรจะจัดการปัญหาของตัวเองลงด้วยค่ะ คือทุกวันนี้ที่เราต้องเปลี่ยนกันบ่อยๆ ไม่ใช่เพราะว่ามันพังจริง แต่เป็นเพราะระบบมันใช้งานไม่ได้แล้ว ซึ่งนี่เป็นตัวผลิตขยะอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมหาศาลเลยค่ะ เขาควรจะผลิตมือถือที่รองรับระบบการใช้งานที่ยาวนานกว่านี้
นอกจากขยะอิเล็กทรอนิกส์แล้ว มีอะไรที่รีไซเคิลยากอีกบ้าง
วัสดุอะไรก็ตามที่มันมีความซับซ้อนมากๆ จะรีไซเคิลยากค่ะ อย่างพวกถุงน้ำยาซักผ้า กล่องนม คืออย่างกล่องนม ส่วนมากคนจะนำไปบริจาคเพื่อทำเป็นอิฐบล็อก แต่ในเชิงของการรีไซเคิลมันเป็นวัสดุที่รีไซเคิลยากมาก เพราะมันมีกระดาษ พลาสติก และอะลูมิเนียม ติดกัน ถ้าเวลารีไซเคิลมันต้องแยกเอาแต่ละส่วนออกมาถึงจะรีไซเคิลได้ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ค่อนข้างสูญเสียทรัพยากรเวลา เงิน และพลังงานเยอะ คนก็เลยไม่นิยมแยก เลือกที่จะเผาทำลายแทน


เรื่องนี้มันยังขาดการผลักดันอย่างจริงจัง
บ้านเราพยายามอย่างหนักหน่วงมากเลยนะคะ แต่สิ่งที่ยังขาดอยู่น่าจะเป็นในแง่ของภาครัฐ มันยังขาดคนที่ผลักดันให้มันเป็นเรื่องจริงจัง เช่น ภาครัฐควรออกข้อกำหนดหรือกฎเกณฑ์อะไรออกมา ที่ทำให้วัสดุทดแทนมันมีราคาเทียบเท่ากับโฟมหรือพลาสติก เพราะทุกวันนี้ ประชาชนที่เป็นปลายทาง เราขยันคัดแยกขยะมากเลยค่ะ แต่ผู้ผลิตหรือแม่ค้าส้มตำร้านริมทาง ไม่สามารถเอาบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากวัสดุทดแทนมาใช้ได้ เพราะมันราคาสูงเกินไป ถ้าแก้จากข้างบนได้ เอ๋คิดว่า มันจะทำให้ปัญหาสิ่งแวดล้อมในประเทศไทยลดลงได้เยอะมากเลยค่ะ

แล้วจริงๆ ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมก็ไม่ได้มีแค่เรื่องของพลาสติกเท่านั้น
Food Waste เป็นอีกหนึ่งปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ร้ายแรงพอสมควรเลยค่ะ อยากให้มองเห็นประเด็นนี้เช่นกัน ต้องออกตัวก่อนว่า เอ๋ไม่ได้ห้ามหรือแอนตี้เรื่องการกินบุฟเฟ่ต์นะคะ แต่คิดว่ามันควรจะกินอย่างพอดีแบบไม่เหลือทิ้ง เพราะเราต้องเข้าใจที่มาของอาหารเหล่านั้นด้วยว่าใช้ทรัพยากรอะไรไปบ้าง
อีกหนึ่งเรื่องคือ Fast Fashion ทุกคนมักจะมองว่าไม่เป็นไรเพราะผ้าเป็นวัสดุธรรมชาติ แต่อย่าลืมว่าผ้าบางชนิดก็มีส่วนผสมของพลาสติก เมื่อมันลงไปในดินก็ไม่ย่อยสลาย ยังเหลือความเป็นพลาสติก สัตว์กินเข้าไปก็เป็นพิษกับเขา ผ้าที่ย่อมสีด้วยสารเคมีก็เป็นพิษต่อดินเช่นกัน เอ๋เลยอยากรณรงค์ไม่อยากให้มีความคิดที่ว่า ‘ใส่ครั้งเดียวแล้วพอ กลัวว่าคนอื่นจะมองแล้วดูไม่ดี’ เพราะมันทำให้มีเสื้อผ้าเหลือทิ้งเยอะมาก

เป้าหมายในการทำงานศิลปะของเอ๋คือ
เอ๋ตั้งใจเพิ่มเรื่องปริมาณขยะที่สามารถลดไปได้ เอ๋จะคำนวณเลยค่ะว่างานแต่ละชิ้น สามารถลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ไปได้เท่าไหร่ แล้วเราใช้วัสดุไปเท่าไหร่ ให้เป็นมาตรฐานของงานแต่ละชิ้น ในอนาคตก็อยากสร้างงานศิลปะที่เกี่ยวกับพื้นที่ อย่าง ในพื้นที่นั้นมีการบริโภคอะไรไปบ้าง ลดขยะไปได้เท่าไหร่ และก็อยากขยับขยายขอบเขตงานศิลปะให้มีความหลากหลาย มีการใช้เสียง แสง นวัตกรรมมาเป็นองค์ประกอบในงานศิลปะ
และไม่รู้จะสุดโต่งไปไหม แต่เอ๋ก็อยากทำให้ขยะหมดไป หมดไปแบบที่ว่าให้ Wishulada ไม่เหลือวัสดุเหลือใช้ในการสร้างงานศิลปะได้อีกต่อไป
เมื่อขยะพูดได้ด้วยศิลปะสื่อผสมของ Wishulada
/
“Here, I see old souls talking on new scenes…” เรื่องราวเริ่มต้นของ “The Soul of Song Wat” ที่พาเราเข้าไปสัมผัสเสน่ห์ร่วมสมัยของย่านทรงวาด ผ่านอาคาร ผู้คน ร้านค้า อาหาร และรายละเอียดระหว่างทางที่มีชีวิตชีวา เป็นธรรมชาติ และมี “จิตวิญญาณ” ของย่านเก่าที่ผสานระหว่างคุณค่าและความทรงจำจากอดีต กับเรื่องราวใหม่ ๆ ผ่านสไตล์ภาพและมุมมองการเล่าเรื่องของจีน–คำขวัญ ดวงมณี ที่ทำให้ทรงวาดมีความร่วมสมัย และดึงดูดผู้ชมให้เข้าไปค้นพบเรื่องราวประทับใจของตัวเองกัน
/
“จากแนวคิดของ ‘สติมา ปัญญา พร้อม(ท์) – SATI : WISDOM : PROMPT’ ทำให้เรานึกถึงธรรมะในแง่การมีสติและปัญญาที่จะทำให้เราพร้อมดำเนินชีวิตอย่างมีคุณภาพต่อไปได้ ในขณะที่คำว่า ‘พร้อม’ พ้องเสียงกับคำ ‘Prompt’ ซึ่งคือคำสั่งที่ใช้ผ่านเทคโนโลยี AI ดังนั้น ‘สติมา ปัญญา พร้อม(ท์)’ จึงมีความหมายในเชิง Conceptual ด้วย ซึ่งประกอบด้วย 2 ระบบความคิด 2 คือ เชิง Spiritual (จิตวิญญาณ) และ เชิงเทคโนโลยี ที่ผสมผสานในการใช้ชีวิตปัจจุบัน”
/
‘เทคโนโลยีทำให้ทุกอย่างเข้าถึงง่าย รวดเร็ว แต่ชีวิตเราต้องการอะไรที่ลึกซึ้งไปมากกว่านั้น’ เป็นสิ่งที่เราพอจะจดจำได้ เมื่อนึกย้อนกลับไปถึงวันที่ได้พูดคุยกับเขา แต่บทสนทนาที่มีระยะเวลานานราวหนึ่งชั่วโมงกว่า ระหว่าง EVERYTHING กับ “ธู จารุศร” ผู้เป็นนักร้องนำ มือกีต้าร์ และหัวเรือสำคัญของ Wicked Lights นั้น กลับซุกซ่อน “มุมมอง” ที่เขาใช้นิยามความหมายของชีวิต ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง และ “ประสบการณ์” ที่สั่งสมมากว่า 30 ปี บนเส้นทางการเป็นศิลปินอิสระ ที่มากล้นเสียจนเราคงย่อสรุปจับใจความผ่านประโยคสั้นๆ ไม่ได้
/
แค่ได้อ่านชื่อ ก็เชื่อว่าคิ้วของทุกคนคงต้องผูกกันเป็นปมด้วยความสงสัยแล้วว่า ‘บะหมี่ถ้วย ใช้ชื่อนี่เป็นชื่อศิลปินจริงดิ’, ‘มาทำเพลงเอาตลกหรือเปล่าเนี่ย’ บอกไว้ก่อนเลยว่า ไม่ ไม่ตลกเลย เพราะชีวิตที่ซุกซ่อนอยู่เบื้องหลังผลงานเพลงของ Cupnoodle หรือ “ซาช่า โจสท์” นั้น เต็มไปด้วยความพยายาม ความตั้งใจ จนบางครั้งก็ต้องยอมเสียสละบางสิ่งบางอย่างเพื่อให้ได้ไขว่คว้าความฝันวัยเด็กในการเป็นศิลปิน ที่ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านนั้น เธอแทบจะผ่านประสบการณ์การลงมือทำมาหมดทุกอย่างแล้วเพื่อเข้าใกล้วงการดนตรีให้ได้มากที่สุด (ซึ่งเยอะจนเราเชื่อว่าคงเขียนเล่าได้ไม่ครบ) แต่แม้จะมุ่งมั่นออกตัววิ่งบนเส้นทางนี้ไปด้วยความรวดเร็วมากเท่าไหร่ ซาช่า ที่ ณ ตอนนั้นใช้ชีวิตอยู่ที่ลอนดอน ก็ยังคงไม่เห็นเส้นชัยของตัวเองสักที
/
ทันทีที่ Key Visual สถาปนิก’ 68 เผยแพร่ออกมา บทสนทนาปลุกสัญชาตญาณนักสืบในตัวทุกคนพร้อมใจกันทำงานแบบ Autopilot และระหว่างที่ตามหาเฉลยกันจริงจัง ทุกคนเริ่มหันมาตั้งคำถามต่อว่า Art Toys เกี่ยวข้องกับธีมงานอย่างไร รู้ตัวอีกทีวงสนทนาก็กระเพื่อมขยายกว้างขึ้น ส่งสัญญาณชัดว่า Key Visual ปีนี้เปิดฉากมาแบบสนุกเอาเรื่อง โดนเส้นกันสุดๆ
/
วัลลภ รุ่งกำจัด หรือ อุ้ม นักแสดงที่เชื่อมโยงความเป็นมนุษย์กับโลกของภาพยนตร์ ผ่านการสร้างชีวิตให้ตัวละครต่าง ๆ ได้ออกมาโลดแล่นแสดงความรู้สึกทางอารมณ์ให้กับผู้ชม แม้เขาจะไม่ได้เป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียงในวงกว้างเทียบเท่ากับนักแสดงกระแสหลัก แต่ในเวทีระดับโลก “อุ้ม” ได้พิสูจน์ตัวเองกับการเป็นนักแสดงที่มีความสามารถที่ยอมทุ่มเทหลาย ๆ สิ่ง ให้กับงานศิลปะด้านการแสดงในภาพยนตร์เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้อย่างสุดตัว
We use cookies, localStorage and other technologies (collectively, "cookies") to recognise your browser or device, learn more about your interests, and provide you with essential features and services and for additional purposes. ( see details )

